1.Key pair หรือคู่กุญแจ หมายถึง
ระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล
โดยผู้ส่งและผู้รับจะมีกุญแจคนละดอกที่ไม่เหมือนกัน
ผู้ส่งใช้กุญแจดอกหนึ่งในการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจสาธารณะ (Public
key) ส่วนผู้รับใช้กุญแจอีกดอกหนึ่งในการถอดรหัสข้อมูลที่เรียกว่า
กุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งระบบกุญแจคู่นี้เองเป็นระบบกุญแจพื้นฐานที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบ
PKI
2.Encryption คือ
การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ
ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น
โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน
เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย
เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ
ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม
3.Security Violation การล่วงล้ำความปลอดภัย:การที่ผู้ใช้หรือบุคคลอื่นข้ามผ่าน
หรือเอาชนะการควบคุมของระบบให้ได้มาซึ่งการเข้าถึงข้อมูลในระบบหรือการเข้าถึงทรัพยากรของระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.Competency หมายถึง
ความรู้ความสามารถและพฤติกรรมที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่ความสามารถ
หรือสมรรถนะตามที่มีผู้แปลกัน เพราะบุคลากรในองค์กรที่มีความรู้ ความสามารถมาก
แต่อาจไม่ได้มีตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการก็ได้
เท่ากับองค์กรอาจกำลังจ่ายค่าความสามารถของคน ๆ นั้นไปฟรี ๆ ก็ได้
5.Denial of Service หมายถึงการถูกโจมตีหรือถูกส่งคำร้องขอต่าง
ๆ จากเครื่องปลายทางจำนวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งทำให้เครื่องแม่ข่าย(Server)ที่เปิดให้บริการต่าง
ๆ ไม่สามารถให้บริการได้
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Computer-Security (สัปดาห์ที่ 9)
1.Personal Firewall คือ
ซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อควบคุมการเข้า-ออก
หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน
หรือภายนอก
และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น
นอกจากโปรแกรม Anti-Virus ที่จำเป็นต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว
Personal Firewall ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าโปรแกรม Anti-Virus
เลย ดังนั้นการใช้งานโปรแกรม
ดังกล่าวจึงควรใช้งานควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในสถานะปลอดภัยและจะไม่ถูกคุกคามจากผู้ที่ประสงค์ร้ายทั้งหลาย
2.Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network
3.Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ
4.Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้
5.Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฏอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฏอยู่บนกระดาษนั่นเอง
2.Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network
3.Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ
4.Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้
5.Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฏอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฏอยู่บนกระดาษนั่นเอง
วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Computer-Security (สัปดาห์ที่ 8)
1.Security Audit การตรวจหาในระบบคอมพิวเตอร์ถึงปัญหาและความล่อแหลมทางความปลอดภัยต่างๆ
2.ASIM - Automated Security Incident Measurement การวัดเหตุการณ์ความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ: การเฝ้าดู traffic ในเครือข่ายและเก็บสะสมข้อมูลจากเครือข่าย เป้าหมายโดยการตรวจจับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในเครือข่าย
3.Computer Network Attack (CNA) การโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การปฏิบัติที่ทำให้เกิดการขาดตอน การปฏิเสธ การลดคุณภาพหรือการทำลาย ของข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และตัวเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์
4.Malware หรือ Malicious Software คือ ชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรือซอฟแวร์ใดๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอาจมีความสามารถในการแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งหรือจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่งได้ด้วยตัวเองหรือผ่านตัวกลางต่างๆ
5.Availability ความพร้อมใช้งานของข้อมูล คือ ผู้มีสิทธิ์สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในระบบงานต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยผ่านช่องทางที่องค์กรกำหนด
2.ASIM - Automated Security Incident Measurement การวัดเหตุการณ์ความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ: การเฝ้าดู traffic ในเครือข่ายและเก็บสะสมข้อมูลจากเครือข่าย เป้าหมายโดยการตรวจจับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในเครือข่าย
3.Computer Network Attack (CNA) การโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การปฏิบัติที่ทำให้เกิดการขาดตอน การปฏิเสธ การลดคุณภาพหรือการทำลาย ของข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และตัวเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์
4.Malware หรือ Malicious Software คือ ชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรือซอฟแวร์ใดๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอาจมีความสามารถในการแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งหรือจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่งได้ด้วยตัวเองหรือผ่านตัวกลางต่างๆ
5.Availability ความพร้อมใช้งานของข้อมูล คือ ผู้มีสิทธิ์สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในระบบงานต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยผ่านช่องทางที่องค์กรกำหนด
วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Computer-Security (สัปดาห์ที่ 7)
1.Eavesdropping การลักลอบดักฟัง
มักเกิดขึ้นในระบบเครือข่ายและการโทรคมนาคม ดักเอาข้อมูล ดักเอาสัญญาณ ต่าง เช่น
ดักเอา รหัสการเข้าใช้งานระบบ เป็นต้น
2.Vulnerability Analysis คือ การตรวจสอบอย่างเป็นระบบในระบบข้อมูลอัตโนมัติหรือผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะหา
มาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม, พิสูจน์ทราบถึงความบกพร่องในด้านความปลอดภัย,
ให้ข้อมูลที่จะสามารถนำมาทำนายถึงประสิทธิภาพของมาตรการความปลอดภัยที่เสนอ,
และยืนยันถึงความเหมาะสมของมาตรการดังกล่าวหลังจากที่มีการใช้แล้ว
3.Smurfing คือ การโจมตีเพื่อให้เกิด denial of
service ซึ่งผู้โจมตีปลอมแปลง address ของ
source packet ที่ร้องขอการสะท้อนกลับแบบ ICMP (หรือ
ping) ให้เป็น broadcast address ของเครือข่ายนั้น
และทำให้เครื่องต่างๆบนเครือข่ายตอบสนองอย่างล้นหลามและทำให้เครือข่ายติดขัด
4.identity theft คือ การโจรกรรม
การทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการขโมยตัวตนของบุคคลและจากนั้นการใช้รหัสประจำตัวที่มีคนทำท่าจะเป็นคนอื่นเพื่อขโมยเงินหรือได้รับผลประโยชน์อื่น
ๆ5. RootKits คือ โปรแกรม ที่จะซ่อนอยู่ภายใน
เครื่องคอมพิวเตอร์ ของท่าน เพื่อที่จะสามารถเปิดทางให้ ผู้บุกรุก (Intruders)
เข้ามา ควบคุมเครื่อง คอมพิวเตอร์ ของท่านได้ทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จ
เรียกได้ว่า ถ้ามี รูทคิตส์ ฝังหรือติดตั้ง (Install) อยู่บนเครื่องคุณแล้ว
ก็เปรียบเสมือนกับว่า ผู้บุกรุก นั้นเข้ามานั่งอยู่หน้า คอมพิวเตอร์
5.Click Fraud คือ
การคลิกโกงเป็นการสร้างสถิติการจราจรเฟ้อเทียมเพื่อฉ้อโกงการโฆษณาหรือ
เว็บไซต์ที่การกระทำผิดกฎสำหรับการโฆษณา ในแบบจำลองการโฆษณา pay-per-click ทั่วไป
ผู้โฆษณาจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับคลิกแต่ละครั้งกับการเชื่อมโยงของพวกเขา
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Computer-Security (สัปดาห์ที่ 6)
1.Authorized ได้รับอนุญาต:ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของหรือผู้ดูแล (administrator)
2.Replicator คือ โปรแกรมใดๆก็ตามที่สร้างสำเนาของตัวเอง ตัวอย่างเช่น โปรแกรม, worm, fork bomb,หรือ virus
3.Data Diddling ดาต้าดิดดลิ่ง เป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาเอกสาร เพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ได้รับอนุญาต
4. hashing เป็นการปรับแปลงข้อความของตัวอักษรเป็นค่าความยาวตายตัวสั้นกว่าหรือคีย์ที่นำเสนอข้อความดั้งเดิม hashing ได้รับการใช้เป็นดัชนี และรายการที่ดึงออกมาจากฐานข้อมูล เพราะเร็วกว่าในการค้นหารายการด้วยการใช้คีย์แฮชสั้นกว่าการค้นหาด้วยการใช้ค่าดั้งเดิม รวมถึงการใช้อัลกอริทึมเข้ารหัส
5.Electronic Warfare การทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายกับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงาน การลบข้อมูลในหน่วยความจำ
วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Computer-Security (สัปดาห์ที่ 5)
1.User Command คำสั่งของผู้ใช้ คือ การฉวยโอกาสในความล่อแหลมโดยการสั่ง process ผ่านทางการ input โดยตรงจากผู้ใช้
2.Private Key Cryptography วิธีการเข้ารหัสลับที่ผู้เข้าและผู้ถอดรหัสลับใช้กุญแจตัวเดียวกัน ซึ่งกุญแจนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ วิธีนี้โดยมากจะใช้อยู่เพียงภายในกลุ่มเล็กๆ
3.Public Key Cryptography ชนิดของการเข้ารหัสลับซึ่งสาธารณชนสามารทราบถึงกระบวนการเข้ารหัสได้และไม่มีปิดเป็นความลับ แต่จะมีการปกปิดส่วนหนึ่งของกุญแจถอดรหัสไว้ ดังนั้นเฉพาะผู้ที่ทราบถึงกระบวนการถอดรหัสทั้งสอบส่วนจะสามารถถอดรหัสลับของข้อความได้
4.Open Security สิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มีการรับรองที่เพียงพอว่าอุปกรณ์และ application ต่างๆ ได้รับการปกป้องจากความเจตนาร้าย ทั้งก่อนและระหว่างการปฏิบัติงานของระบบ
5.Terrorists ผู้ก่อการร้าย คือ ผู้โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
2.Private Key Cryptography วิธีการเข้ารหัสลับที่ผู้เข้าและผู้ถอดรหัสลับใช้กุญแจตัวเดียวกัน ซึ่งกุญแจนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ วิธีนี้โดยมากจะใช้อยู่เพียงภายในกลุ่มเล็กๆ
3.Public Key Cryptography ชนิดของการเข้ารหัสลับซึ่งสาธารณชนสามารทราบถึงกระบวนการเข้ารหัสได้และไม่มีปิดเป็นความลับ แต่จะมีการปกปิดส่วนหนึ่งของกุญแจถอดรหัสไว้ ดังนั้นเฉพาะผู้ที่ทราบถึงกระบวนการถอดรหัสทั้งสอบส่วนจะสามารถถอดรหัสลับของข้อความได้
4.Open Security สิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มีการรับรองที่เพียงพอว่าอุปกรณ์และ application ต่างๆ ได้รับการปกป้องจากความเจตนาร้าย ทั้งก่อนและระหว่างการปฏิบัติงานของระบบ
5.Terrorists ผู้ก่อการร้าย คือ ผู้โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
