- ความหมายของ Hacker
& Cracker
Hacker หมายถึง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เป็นอย่างมาก
จนถึงระดับที่สามารถถอดหรือ เจาะรหัสระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่นได้
โดยมีวัตถุประสงค์ในการทดสอบขีดความสามารถของตนเอง หรือทำหน้าที่งานของตนเอง เช่น
มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่าย
หรือองค์กร แล้วทำเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของ Hacker จะเป็นพวกชั่วร้าย ชอบขโมยข้อมูล หรือ ทำลายให้เสียหาย แต่ในปัจจุบัน
คำว่า Hacker หมายถึง Security Professional ที่คอยใช้ความสามารถช่วยตรวจตราระบบ และแจ้งเจ้าของระบบว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง
อาจพูดง่ายๆว่าเป็น Hacker ที่มีจริยธรรมนั่นเอง
ในต่างประเทศมีวิชาที่สอนถึงการเป็น Ethical Hacker หรือHacker
แบบมีจริยธรรม ซึ่ง Hacker แบบนี้เรียกอีกอย่างว่า
White Hat Hacker ก็ได้
ส่วนพวกที่นิสัยไม่ดีจะเรียกว่าพวกนี้ว่า Cracker หรือ Black
Hat Hacker ซึ่งก็คือ มีความสามารถเหมือน Hacker ทุกประการ เพียงแต่พฤติกรรมของ Cracker จะเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม
เช่น ขโมยข้อมูลหรือเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานไม่ได้ เป็นต้น
-คุณสมบัติของ Hacker มีดังนี้
-เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญในภาษาคอมพิวเตอร์
-เป็นคนสร้างโปรแกรม
-เป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาโปรแกรม หรือระบบที่เฉพาะอย่าง เช่น ระบบปฏิบัติการ
UNIX
-เป็นผู้ที่เข้าใจ และทราบถึงจุดอ่อนของระบบต่าง ๆ
- วิธีการที่ Hacker และ Cracker
ใช้เข้าไปก่อกวนในระบบอินเทอร์เน็ต
วิธีการที่บรรดา
Hacker และ Cracker
ใช้กันนั้น มีหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมนั้นมี 3 วิธีดังนี้
1. Password Sniffers เป็นโปรแกรมเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในเครือข่าย
และถูกสั่งให้บันทึกการ Log on และรหัสผ่าน (Password)
แล้วนำไปเก็บในแฟ้มข้อมูลลับ
2. Spoofing เป็นเทคนิคการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะทางไกล
โดยการปลอมแปลงที่อยู่อินเทอร์เน็ต (Internet Address) ของเครื่องที่เข้าได้ง่ายหรือเครื่องที่เป็นมิตร
เพื่อค้นหาจุดที่ใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยภายใน วิธีการคือ
การได้มาถึงสถานภาพที่เป็นแก่นหรือราก (Root) ซึ่งเป็นการเข้าสู่ระบบขั้นสูงสำหรับผู้บริหารระบบ
เมื่อได้รากแล้วจะสร้าง Sniffers หรือโปรแกรมอื่นที่เป็น Back
Door ซึ่งเป็นทางกลับลับๆใส่ไว้ในเครื่อง
3. The Hole in the Web เป็นข้อบกพร่องใน World
-Wide-Web ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต
เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติการของ Website จะมีหลุมหรือช่องว่างที่ผู้บุกรุกสามารถทำทุกอย่างที่เจ้าของ
Site สามารถทำได้
-สิ่งที่ Hacker
ทำ
-ทำระบบ Network
สร้างระบบปฏิบัติการ (OS) UNIX ซึ่งเป็น OS
ที่นิยมใช้อยู่ขณะนี้
UNIX
เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นระบบ Interactive time sharing ซึ่งเป็นระบบ OS ระบบแรกที่เขียนด้วยภาษา C ซึ่งเป็นภาษามาตรฐาน ทำให้ UNIX เป็นระบบที่เป็นมาตรฐาน
เป็น OS ที่เกี่ยวข้องกับ Free ware product จำนวนมาก Hacker จะทำการขยายและใส่ Idea ใหม่ ๆเข้าไปในระบบทำให้ ระบบ UNIX มี Version
ที่หลากหลาย ในแต่ละบริษัทที่ใช้ หรือในผู้ใช้แต่ละคน นอกจากนี้ Version
ต่าง ๆของระบบนี้จะถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
-ดำเนินการ USENET
โดย
Hacker จะรวบรวมกลุ่มของข่าวสารซึ่งมีหลากหลายหัวข้อ
และทำให้เป็น Newgroup ต่อมาจะทำ Newgroup ให้เป็น HOST อยู่บน Server ที่เชื่อมต่อกับระบบ
Internet และ Web browser จะใช้ USENET
ที่เขามีมาช่วยในการเข้าถึง Newgroup อื่น
ๆที่ Enduser เป็นผู้เลือก
-ทำให้ระบบ www มีประสิทธิภาพใช้งานได้จริง
-เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์
-มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นกับระบบ Netware
หรือโปรแกรมต่าง ๆ ตลอดจนพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-พัฒนา โปรแกรม application ต่าง ๆ
-Hacker
Moral (คุณธรรมของแฮกเกอร์)
-Share ข่าวสารกับ Hacker
ด้วยกัน
-แก้ปัญหาต่าง
ๆเกี่ยวกับ ระบบคอมพิวเตอร์
-บอกให้ Hacker
รายอื่นทราบว่าปัญหาใดบ้างที่พัฒนาแก้ไขแล้ว
เพื่อจะได้ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน
-Hacker ไม่ควรทำงานซ้ำซ้อนกันเพราะว่าหากทำงานซ้ำซ้อนกันปัญหาใหม่
ๆ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขทำให้ ผู้ใช้ระบบเดือดร้อน
-ไม่ควรเบื่อหน่ายในการทำงาน
-วัตถุประสงค์ของ Cracker
-เพื่อต้องการจะรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของมัน
-ต้องการสิทธิที่จะจัดการข้อมูลในระบบให้เป็นไปตามที่ต้องการ
-ต้องการกำไร
-ต้องการทำลายข้อมูล
หรือแก้ไข ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายแก่เจ้าของไฟล์
-ต้องการลองวิชาว่าสามารถทำได้จริงหรือเปล่า
-ต้องการแอบดูข้อมูล
-ประเภทของ Cracker
เริ่มแรกพวก
cracker จะไปสุ่มหา Password
เพื่อใช้ในการเข้าระบบก่อนแล้วจากนั้นจึงทำดังต่อไปนี้
-เจาะระบบ
เช่นการบุกรุกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อแก้เกรด เป็นต้น
-ก่อกวนระบบ เช่น Robert
Morris ผู้สร้างหนอน Internet เข้ามาทำลาย
ระบบ ทำให้ระบบเกิดความเสียหาย
-ขโมยข้อมูล Copy
รูปภาพของคนอื่น ไปใส่ใน Web ของตัวเอง
-ใช้รูปภาพ
หรือข้อมูลต่าง ๆจาก Web อื่น ๆ โดยการ Link หรือ Copy มาโดยไม่ได้รับ
อนุญาต
-เข้าไปทำลาย แก้ไข
เปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
-วิธีการป้องกัน HACKER & CRACKER
1.
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเจาะข้อมูล จึงได้มีการทำ ลิขสิทธิ์ (Copyright) เกิดขึ้น
เพื่อช่วยป้องกันสูตรและความคิดต่าง ๆอันประกอบไปด้วย คำพูด ภาพ กราฟ
งานทางด้านดนตรี การบันทึกเสียง การบันทึกภาพ และอื่น ๆ
ซึ่งสิ่งที่จะสามารถทำลิขสิทธิ์ ได้นี้จะต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น
ข้อมูลต่าง ๆที่พบใน net จะมีการป้องกันไว้อย่างเหมาะสม เช่น
ข้อมูลใน web page เอกสาร ASCII ข้อมูลใน
e-mail ฯลฯ เมื่อเราใส่สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ลงไปใน web
page ของเรา
ข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกปกป้องภายใต้ลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย
2.
เมื่อเราพบว่างานของเราที่ได้สร้างขึ้นเองเป็นครั้งแรก เช่น สุภาษิต เพลง โคลงสั้น
ๆ ฯลฯ มีผู้อื่นได้นำไปใช้ โดยอ้างว่าเขาเป็นผู้ทำ เป็นผู้แต่งขึ้นมาเอง เราต้องเข้าไปตรวจสอบรายละเอียด
ข้อเสนอแนะต่าง ๆที่อยู่ใน site
อย่างรีบด่วน เพื่อการวางแผนดำเนินการต่อไป
3.ในการที่จะปกป้องสิทธิของเราให้ถูกกฎหมาย
เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ จะต้อง print
ข้อมูลต่าง ๆในแต่ละ page ไว้ก่อนที่จะใส่ข้อมูลเข้าไปใน
internet และเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ใน disk เพื่อเก็บไว้เป็นของตัวเอง ข้อมูลต่าง ๆ ที่ print ให้ส่งจดหมายไปที่
ไปรษณีย์ ของอเมริกา ( an official administration acknowledged world wide
) ซึ่งจะมีการพิสูจน์ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดของเราจริง
ไม่ได้ไปลอกเลียนแบบใคร และข้อมูลของจะถูกรับรองโดยการปั๊มตรา ออกำมาเป็นสิทธิบัตร
ซึ่งมีต้นทุนเพียง 1.52 เหรียญ และสามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้
4.ใช้ FAQ ซึ่งบรรจุข้อมูลต่าง
ๆเกี่ยวกับ Hacking Novell Netware เพื่อแสดงว่า
มีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการ Hacking On Netware และมีวิธี hacking
อย่างไร แสดงรายละเอียดว่ามีการบริหารระบบอย่างไรที่จะปรับปรุง
แก้ไขความปลอดภัยให้ดีขึ้น และป้องกันการเจาะระบบ
5.
เวลาที่เราไปขอพื้นที่ในการสร้าง web
ผู้ที่ให้พื้นที่และ password แก่
เราจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องเป็นความลับ
6. อัพเดทระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ โดยเฉพาะโปรแกรม Antivirus ที่คุณใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ บางครั้งย่อมต้องมีบั๊ก มีช่องโหว่ที่อาจจะเอื้อให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้
7. ถึงจะมีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้ว แต่บางครั้งก็อาจจะมีบางตัวที่หลุดรอดเข้ามาได้ วิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรสแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหน่วยความจำหรือ Flash Drive ต่างๆ ก่อนนำมาใช้งาน
8. ติดตั้ง Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และเป็นการป้องกันการรับ-ส่งข้อมูลที่คุณ ไม่ต้องการทั้งจากโปรแกรมสปายแวร์เอง หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจจะเป็นการเปิดช่องโหว่ในการโจมตีได้อีก
9. ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ถ้าเข้าไปอาจจะติดไวรัสหรือโดนแฮกโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
10. บล็อกการทำงานของสปายแวร์ โดยอาจจะใช้ Firewall อย่างที่ได้กล่าวไป หรือใช้โปรแกรม Anti-Spyware มากวาดล้างเลย อย่าปล่อยให้มีสายลับวายร้ายมาอาศัยในเครื่องคุณ
11. ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ และจำให้ขึ้นใจว่าปลอดภัยไปไว้ก่อน การให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญบางอย่างผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ต้องทำอย่างระมัดระวัง มีอีกวิธีการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อย่างเช่น การเข้ารหัส ข้อมูลก่อนส่ง หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น เท่านั้น
12. ติดตามข่าวสาร รูปแบบการโจมตีใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อที่จะได้ระมัดระวังและหาทางป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณตลอดเวลา
-บุคคลตัวอย่าง Cracker และ Hacker ที่โด่งดังของโลก
Cracker
!
Johan Helsingius
มีนามแฝงว่า
Julf เขาเป็นผู้จัดการ anonymous
remailer ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเรียกว่า penet.fi แต่ในที่สุดเขาก็ปิดกิจการลงใน กันยายน ปี 1996
เนื่องจากตำรวจอ้างว่า Church of Scientology ได้รับความเสิยหายอันเกิดจากผู้คนนำความลับของพวกเขาไปเผยแพร่โดยปปิดปังตัวเองด้วยบริการของ
Helsingius รีเมลเลอร์ที่เขาทำ ดำเนินงานโดยคอมพิวเตอร์ 486 และ 200-megabyte harddrive เท่านั้น
John
Draper (สุดยอด)
มีนามแฝงว่า Cap'n Crunch เขาเป็นผู้ริเริ่มการใช้หลอดพลาสติกที่อยู่ในกล่องซีเรียลมาทำให้โทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน
ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อการแคร็กโทรศัพท์ หรือที่เรียกกกันว่า
"phreaking" ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นเขาพยายามทำให้โทรศัพท์คืนเหรียญมาทุกครั้งที่หยอดลงไป
เครื่องมือที่เขาชอบใช้คือ whistle (เครื่องเป่า) จากกล่อง Cap'n
Crunch cereal whistle ดังกล่าวจะให้กำเนิดคลื่นเสียงขนาด 2600
hertz ซึ่งเพียงพอจะสามารถโทรศัพท์ได้ โดยจะต้องใช้ร่วมกับ bluebox
(กล่องสีน้ำเงินจะช่วยให้สามารถโทรศัพท์ฟรีได้)
Kevin
Mitnick
หรืออีกชื่อหนึ่ง
"Condor" อาจเป็น cracker
ที่รู้จักกันมากที่สุดในโลก mitnik เริ่มต้นด้วยการเป็น
phone phreak ตั้งแต่ปีแรก ๆ mitnik สามารถ
crack ไซต์
ทุกประเภท
ที่คุณสามารถนึกได้รวมถึงไซต์ทางทหาร บริษัททางการเงิน บริษัทซอฟแวร์ และ
บริษัททางด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ (เมื่อเขาอายุ 10 ขวบ เขาสามารถ crack
North American Aerospace Defense Command ) เขาถูกจับเพราะเขาดันเจาะ
เข้าไปในคอมพิวเตอร์ของผู้เชียวชาญด้านรักษาความปลอกภัย ชาวญี่ปุ่นชื่อ Tsutomu
Shimomura ทำให้เอฟบีไอตามล่าตัวเขา ปัจจุบันถูกสังห้ามใช้
หรือเข้าใกล้คอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ออกจากคุกแล้ว เขียนหนังสือความปลอดภัย ด้าน hacker
อยู่
Vladimir Levin
จบการศึกษามาจาก
St. Petersbrurg Tekhnologichesky
University นักคณิตศาสตร์คนนี้มีประวัติไม่ค่อยดี
จากการที่เข้าไปรวมกลุ่มกับแคร็กเกอร์ชาวรัสเซียเพื่อทำการปล้น Citibank's
computers ได้เงินมา $10ล้าน
ในที่สุดก็ถูกจับโดย Interpol ที่ Heathrow Airport ในปี 1995
Mark Abene
หรือที่รู้จักกันดีในนามของ Phiber Optik เขามีพรสวรรค์ในการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบโทรศัพท์ค่อนข้างมาก
มากเสียจนต้องเข้าไปอยู่ในคุกถึง 1 ปี
เนื่องจากพยายามจะส่งข้อความให้เพื่อนแคร็กเกอร์ด้วยกัน แต่ข้อความนั้นโดนจับได้เสียก่อน
เด็กคนนี้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าวัยรุ่นมากเนื่อวจากฉลาดและบุคลิกดี นิตยสาร New
York และแมนฮัตตันคลับถึงกับจัดเขาให้เป็น 1
ใน 100
ของบุคคลที่ฉลาดที่สุดในเมืองเขาเป็นคนที่ชอบรับประทานมันฝรั่งบด (mashed
potatoes) จากร้านลุงเค็นเป็นที่สุด
Kevin
Poulsen
มีความเป็นมาที่คล้ายกับ
mitnik มาก Poulsen
ถูกรู้จักกันดีในฐานะที่เขามีความ
อันลึกลับที่สามารถควบคุมระบบโทรศัพท์ของ Pacific Bell ได้ (
ครั้งหนึ่งเขาใช้ความสามารถพิเศษ
นี้ชนะการแข่งขันทางวิทยุซึ่งมีรางวัลเป็นรถเปอร์เช่
เขาสามารถควบคุมสายโทรศัพท์ได้ ดังนั้นเขาจึง ชนะการแข่งขันครั้งนั้นได้
เขาได้บุกรุกเข้าสู่ไซต์แทบทุกประเภท แต่เขามีความสนใจในข้อมูลที่มีการป้อง
กันเป็นพิเศษ ต่อมาเขาถูกกักขังเป็นระยะเวลา 5 ปี Poulsen
ถูกปล่อยในปี 1996 และกลับตัวอย่างเห็นได้ ชัด
Robert T.Morris
มีชื่อแฝงว่า rtm
เขาเป็นลูกชายของหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ใน National Computer Security Center ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ National Security Agency (NSA) เขาจบการศึกษาจาก Cornell University และโด่งดังมาจากที่หนอนอินเตอร์เน็ทแพร่ระบาดในปี
1998 ทำให้คอมพิวเตอร์นับพันต้องติดเชื้อและทำงานล้มเหลวเครื่องมือที่เขาใช้ตอนยังเป็นวัยรุ่น
คือ แอคเคาท์ซูเปอร์ยูเซอร์ของเบลล์แลป
Hacker
!!
Dennis
Ritchie, Ken Thompson,and Brian Kernighan
Ritchie,Thompson
และ Kernighan เป็นโปรแกรมประจำอยู่ที่ Bell
Labs ทั้งสามช่วยกันพัฒนาระบบปฏิบัติการยูนิกซ์และภาษาซีพวกเขามีบทบาทสำคัญมาก
ในการช่วยพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ท หลายคนยอมรับตรงกันว่า หากไม่มีสามคนนี้ พวกเราอาจไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตใช้กันอย่างทุก
วันนี้ หรือถ้าจะมีก็คงมีคุณสมบัติด้อยกว่านี้เยอะ
Richard
Stallman
Stallman
เข้ามาทำงานที่ Artificial Intelligence Laboratory ของ MIT เมื่อปี 1971
เขาได้รับรางวัล 250K McArthur Genius จากผลงานทางด้านพัฒนาซอฟแวร์เขาเป็นผู้จัดตั้งสมาคม
Free Software Foundation และสร้างสรรค์โปรแกรมใช้งานหลายร้อยชนิด บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ เขา เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ฉลาดมากมาก
Eugene
Spafford
Spafford เป็นศาสตราจารย์ในแขนงวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัย Purdue เขาเป็นผู้สร้าง Computer
Oracle Password และ Security System (COPS) ซึ่งเป็นระบบ
semi-auto-mated ของระบบรักษาความปลอดภัยบนเน็ตเวิร์ค ที่คุณใช้กันอยู่นั่นเอง
Dan
Farmer
Farmer ทำงานกับ Spafford
ในเรื่องของ COPS (ออกมาในปี 1991) ในตอนนั้นเขาออยู่ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon กับ
Computer Emergency Response Team หรือ CERT เขาคนนี้เองที่เป็นผู้สร้าง System Administrator Tool for
Analyzing Networks (SATAN) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ
วิเคราะห์หาจุดบกพร่องทางด้านระบบรักษาความปลอดภัย ของเน็ตเวิร์ค
Wietse
Venema
Venema
มาจาก Eindhoven University Of Technology ในเนเธอแลนด์
เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีพรสวรรค์สูงมาก เขาเป็นผู้ช่วย Farmer เขียน SATAN และเป็นผู้เขียน TCP Wrapper ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ที่ใช้กันค่อนข้างมาก
โดยโปรแกรมนี้จะเป็นตัวควบคุม และตรวจสอบแพ็คเกจของข้อมูลที่เข้ามา
Linus
Torvalds (Linux คือเขา)
หาก
จะเรียกเขาให้ถูกต้อง คงหนีไม่พ้นคำว่า"อัจฉริยะ"
นับจากเมื่อเขาได้ศึกษา UNIX
และภาษา C ในปี 1990 เพียงแค่หนึ่งปีให้หลังเขาก็เริ่มเขียนระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะการคล้ายู
นิกส์ขึ้นมาแล้วก็ปล่อยออกสู่ระบบอินเตอร์เน็ตภายในช่วงปีเดียวกัน
ทำให้มีผู้รู้จักปฏิบัติการตัวจิ๋วภายใต้ชื่อ
Linux นับจากวันนั้นจนวันนี้
ลีนุกส์ก็กลายมาเป็นระบบที่ได้รับความนิยม จากทั่วโลก
มีการแจกจ่ายลีนุกส์เพื่อใช้งานกันอย่างกว้างขวางเนื่องจาก Torvalds ไม่จำกัดลิขสิทธิ์ และปล่อยให้ ลีนุกส์เป็นของฟรี
Bill
Gates and Paul Allen
สมัยเด็กๆทั้ง
Gates และ Allen
ตอนที่อยู่วอชิงตันด้วยกันพวกเขาชอบ hack ซอฟแวร์บ่อยๆ
และความรู้ที่ได้จากการ hack ซอฟต์แวร์นั้นเองทำให้ปัจจุบันเขาสามารถนำมันมาพัฒนาโปรแกรมอย่าง
MS-DOS , Microsoft Windows ,Windows 98 , WindowsNT และตระกูล
Windows ตระกูล Microsoft ต่างๆ
นับแต่ปี 1980 ปัจจุบัน Hacker ทั้งสองคนนี้เป็นผู้ผลิตซอฟแวร์รายใหญ่ที่สุด
และประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Microsoft
-จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า
ในปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์
เข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย ข้อมูลต่าง ๆ
จึงอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมดและประกอบกับระบบคอมพิวเตอร์ยังมีการควบคุม
ที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ก่อกวนระบบ สามารถเข้าไป ก่อกวนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
เพราะฉะนั้น ระบบคอมพิวเตอร์ จึงควรมีการควบคุมที่ดี
จากการศึกษา
ขึ้นต้น พบว่า Hacker คือผู้ที่สร้างระบบ Net work และระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ส่วนบุคคลที่เข้าไปก่อกวนระบบจริง ๆ คือ Cracker
ในที่นี้จึงจะกล่าวถึง เฉพาะ Cracker ซึ่งการกระทำของ
Cracker นี้ ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ระบบ Net work อาจโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้เกิดการ
Cracking คือผู้ใช้ทั่วไปมักจะไว้ใจในระบบจนมากเกินไปจึงจัดเก็บข้อมูลส่วนใหญ่ไว้ในระบบ
Network เป็นแรงจูงใจทำให้คนกลุ่มหนึ่งต้องการจะเจาะระบบเพื่อเข้าไปดูหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลนอกจากนี้วิธีการเจาะระบบที่ค่อนข้องซับซ้อนก็เป็นสิ่งท้าทายสำหรับคนที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ในระดับกลาง
ไปจนกระทั่งสูง มีความต้องการจะลองเข้าไป Cracking ดู
ยิ่งกว่านั้นรายได้จากการนำข้อมูลไปขาย
มีมูลค่ามากจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องการเป็น Cracker และในปัจจุบันยังไม่มีใครหาหลักฐานตามร่องรอยของคนที่เป็น Cracker ได้
วิธีการที่จะเข้าไป
Cracking มีหลายวิธี เช่น
การเจาะระบบโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
นอกจากการเจาะระบบแล้ว Cracker ยังเข้าไปก่อกวน ค้นหาข้อมูล
แก้ไข และทำลายข้อมูลในระบบได้ ซึ่งรวมถึง ผู้ที่เข้าไปดูรูปภาพหรือข้อมูลอื่น ๆ
แล้วทำการ coppy มา โดยไม่ได้มีเจตนา ก็ถือว่าเป็น Cracker
คนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า เป็น Cracker โดยไม่ตั้งใจ
ผลเสียต่าง ๆ
ที่เกิดจาก Cracker มีมากมายซึ่งก่อให้เกิดความไม่ไว้ใจในตัวระบบ
และทำให้คนไม่อยากสร้างแนวคิดใหม่ ๆ ขึ้นมา เพราะเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็จะถูกคนอื่นขโมยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
การป้องกันและการแก้ไขในปัจจุบัน
ยังไม่เป็นทางการเท่าที่ควร และยังไม่มีการแก้ไข อย่างจริงจัง
แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดการ Cracking
ขึ้น แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในความคิดของดิฉัน เห็นว่า
ควรมีการออกกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ อย่างจริงจัง
และเมื่อมีผู้กระทำผิดก็ควรมีบทลงโทษที่รุนแรง พอที่จะทำให้ Cracker ต่าง ๆ ไม่กล้าที่จะเข้ามาก่อกวน ทางบริษัทคอม ควรผลิต Soft ware ป้องกัน Cracker ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
ในขั้นพื้นฐาน
เมื่อมีการสอนคอมพิวเตอร์ก็ควรจะสอดแทรกจริยธรรม เข้าไปในบทเรียนด้วย
เพื่อสอนให้คนมีจริยธรรมมากขึ้น ดังนั้น
เมื่อคนที่เรียนคอมพิวเตอร์มีความสามารถมากจนกระทั่งสามารถที่จะเข้าไปก่อกวนข้อมูลได้
แต่ในที่สุดเขาก็จะไม่ทำ เนื่องจากจริยธรรมที่ได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่ต้น