วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 4)

1.Cracker คือ ผู้ที่ละเมิดการรักษาความปลอดภัยในระบบข้อมูลอัตโนมัติ
2.Corrective Action การกระทำที่ทำในระหว่างและหลังจากเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเพื่อป้องกันการโจมตีอื่นท่อาจจะมีขึ้นอีก ซ่อมแซมความเสียหาย และลงโทษผู้กระทำผิด
3.Ending Date วันที่ของวันสุดท้ายที่ทราบว่ามีกิจกรรมที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายเกิดขึ้น
4.Backdoor ประตูหลัง คือรูรั่วในการรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้ออกแบบหรือผู้ดูแลจงใจทิ้งไว้ มีความหมายเดียวกับประตูดัก ซึ่งเป็นกลไกลับทาง Software หรือ Hardwareที่ใช้ในการข้ามผ่านการควบคุมความปลอดภัย
5.Alert การแจ้งเตือน คือ ข้อความที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครือข่าย การแจ้งเตือนมัจะเกิดมาจากการตรวจสอบ

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 3)


1.Modify เปลี่ยนแปลง:การเปลี่ยนเนื้อหาหรือคุณลักษณะของเป้าหมาย
2.Network Level Firewall  เป็น Firewall ชนิดที่มีการตรวจสอบ traffic ที่ packet ในระดับ network protocol (IP)
3.Network Security การ รักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)
4.Open Systems Security การรักษาความปลอดภัยในระบบเปิด:เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำให้การเชื่อมต่อของเครือข่ายของระบบเปิด (open systems) ต่างๆมีความปลอดภัย
5.Operational Data Security การรักษาความ ปลอดภัยของข้อมูลการปฏิบัติการ: การปกป้องข้อมูลจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งโดยอุบัติเหตุและโดยเจตนาในระหว่างการ input, processing, และ output

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Hacker & Cracker


จัดทำโดย
นางสาวนิลวัลย์แดงโคนา                รหัส 2551051541317
 นางสาววริยา ศรีศุภโชค                   รหัส 2551051541318
 นางสาวสุนิสา กุลอุปฮาต                  รหัส 2551051541319
  นางสาวกาญจนาสุนทรโอวาท        รหัส 2551051541326
                                         
- ความหมายของ Hacker & Cracker
Hacker  หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เป็นอย่างมาก จนถึงระดับที่สามารถถอดหรือ เจาะรหัสระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่นได้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทดสอบขีดความสามารถของตนเอง หรือทำหน้าที่งานของตนเอง เช่น มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่าย หรือองค์กร แล้วทำเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของ Hacker จะเป็นพวกชั่วร้าย ชอบขโมยข้อมูล หรือ ทำลายให้เสียหาย แต่ในปัจจุบัน คำว่า Hacker หมายถึง Security Professional ที่คอยใช้ความสามารถช่วยตรวจตราระบบ และแจ้งเจ้าของระบบว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง อาจพูดง่ายๆว่าเป็น Hacker ที่มีจริยธรรมนั่นเอง ในต่างประเทศมีวิชาที่สอนถึงการเป็น Ethical Hacker หรือHacker แบบมีจริยธรรม ซึ่ง Hacker แบบนี้เรียกอีกอย่างว่า White Hat Hacker ก็ได้ ส่วนพวกที่นิสัยไม่ดีจะเรียกว่าพวกนี้ว่า Cracker หรือ Black Hat Hacker ซึ่งก็คือ มีความสามารถเหมือน Hacker ทุกประการ เพียงแต่พฤติกรรมของ Cracker จะเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม เช่น ขโมยข้อมูลหรือเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานไม่ได้ เป็นต้น

-คุณสมบัติของ Hacker มีดังนี้
                -เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญในภาษาคอมพิวเตอร์
                -เป็นคนสร้างโปรแกรม
                -เป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาโปรแกรม หรือระบบที่เฉพาะอย่าง เช่น ระบบปฏิบัติการ UNIX
                -เป็นผู้ที่เข้าใจ และทราบถึงจุดอ่อนของระบบต่าง ๆ



- วิธีการที่ Hacker และ Cracker ใช้เข้าไปก่อกวนในระบบอินเทอร์เน็ต
วิธีการที่บรรดา Hacker และ Cracker ใช้กันนั้น มีหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมนั้นมี 3 วิธีดังนี้
1. Password Sniffers เป็นโปรแกรมเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในเครือข่าย และถูกสั่งให้บันทึกการ Log on และรหัสผ่าน (Password) แล้วนำไปเก็บในแฟ้มข้อมูลลับ
2. Spoofing เป็นเทคนิคการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะทางไกล โดยการปลอมแปลงที่อยู่อินเทอร์เน็ต (Internet Address) ของเครื่องที่เข้าได้ง่ายหรือเครื่องที่เป็นมิตร เพื่อค้นหาจุดที่ใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยภายใน วิธีการคือ การได้มาถึงสถานภาพที่เป็นแก่นหรือราก (Root) ซึ่งเป็นการเข้าสู่ระบบขั้นสูงสำหรับผู้บริหารระบบ เมื่อได้รากแล้วจะสร้าง Sniffers หรือโปรแกรมอื่นที่เป็น Back Door ซึ่งเป็นทางกลับลับๆใส่ไว้ในเครื่อง
3. The Hole in the Web เป็นข้อบกพร่องใน World -Wide-Web ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติการของ Website จะมีหลุมหรือช่องว่างที่ผู้บุกรุกสามารถทำทุกอย่างที่เจ้าของ Site สามารถทำได้

-สิ่งที่ Hacker ทำ
                -ทำระบบ Network สร้างระบบปฏิบัติการ (OS) UNIX ซึ่งเป็น OS ที่นิยมใช้อยู่ขณะนี้
UNIX เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นระบบ Interactive time sharing ซึ่งเป็นระบบ OS ระบบแรกที่เขียนด้วยภาษา C ซึ่งเป็นภาษามาตรฐาน ทำให้ UNIX เป็นระบบที่เป็นมาตรฐาน เป็น OS ที่เกี่ยวข้องกับ Free ware product จำนวนมาก Hacker จะทำการขยายและใส่ Idea ใหม่ ๆเข้าไปในระบบทำให้ ระบบ UNIX มี Version ที่หลากหลาย ในแต่ละบริษัทที่ใช้ หรือในผู้ใช้แต่ละคน นอกจากนี้ Version ต่าง ๆของระบบนี้จะถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
                -ดำเนินการ USENET
โดย Hacker จะรวบรวมกลุ่มของข่าวสารซึ่งมีหลากหลายหัวข้อ และทำให้เป็น Newgroup ต่อมาจะทำ Newgroup ให้เป็น HOST อยู่บน Server ที่เชื่อมต่อกับระบบ Internet และ Web browser จะใช้ USENET ที่เขามีมาช่วยในการเข้าถึง Newgroup อื่น ๆที่ Enduser เป็นผู้เลือก
                -ทำให้ระบบ www มีประสิทธิภาพใช้งานได้จริง
                -เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์
       -มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบ Netware หรือโปรแกรมต่าง ๆ ตลอดจนพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
                -พัฒนา โปรแกรม application ต่าง ๆ

-Hacker Moral (คุณธรรมของแฮกเกอร์)
                -Share ข่าวสารกับ Hacker ด้วยกัน
                -แก้ปัญหาต่าง ๆเกี่ยวกับ ระบบคอมพิวเตอร์
                -บอกให้ Hacker รายอื่นทราบว่าปัญหาใดบ้างที่พัฒนาแก้ไขแล้ว เพื่อจะได้ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน
                -Hacker ไม่ควรทำงานซ้ำซ้อนกันเพราะว่าหากทำงานซ้ำซ้อนกันปัญหาใหม่ ๆ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขทำให้ ผู้ใช้ระบบเดือดร้อน
                -ไม่ควรเบื่อหน่ายในการทำงาน

-วัตถุประสงค์ของ Cracker
                -เพื่อต้องการจะรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของมัน
                -ต้องการสิทธิที่จะจัดการข้อมูลในระบบให้เป็นไปตามที่ต้องการ
                -ต้องการกำไร
                -ต้องการทำลายข้อมูล หรือแก้ไข ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายแก่เจ้าของไฟล์
                -ต้องการลองวิชาว่าสามารถทำได้จริงหรือเปล่า
                -ต้องการแอบดูข้อมูล

-ประเภทของ  Cracker
เริ่มแรกพวก cracker จะไปสุ่มหา Password เพื่อใช้ในการเข้าระบบก่อนแล้วจากนั้นจึงทำดังต่อไปนี้
                -เจาะระบบ เช่นการบุกรุกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อแก้เกรด เป็นต้น
                -ก่อกวนระบบ เช่น Robert Morris ผู้สร้างหนอน Internet เข้ามาทำลาย ระบบ ทำให้ระบบเกิดความเสียหาย
                -ขโมยข้อมูล Copy รูปภาพของคนอื่น ไปใส่ใน Web  ของตัวเอง
                -ใช้รูปภาพ หรือข้อมูลต่าง ๆจาก Web อื่น ๆ โดยการ Link หรือ Copy มาโดยไม่ได้รับ
     อนุญาต
                -เข้าไปทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

-วิธีการป้องกัน HACKER & CRACKER
                1. เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเจาะข้อมูล จึงได้มีการทำ ลิขสิทธิ์ (Copyright) เกิดขึ้น เพื่อช่วยป้องกันสูตรและความคิดต่าง ๆอันประกอบไปด้วย คำพูด ภาพ กราฟ งานทางด้านดนตรี การบันทึกเสียง การบันทึกภาพ และอื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่จะสามารถทำลิขสิทธิ์ ได้นี้จะต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น ข้อมูลต่าง ๆที่พบใน net จะมีการป้องกันไว้อย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลใน web page เอกสาร ASCII ข้อมูลใน e-mail ฯลฯ เมื่อเราใส่สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ลงไปใน web page ของเรา ข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกปกป้องภายใต้ลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย
                2. เมื่อเราพบว่างานของเราที่ได้สร้างขึ้นเองเป็นครั้งแรก เช่น สุภาษิต เพลง โคลงสั้น ๆ ฯลฯ มีผู้อื่นได้นำไปใช้ โดยอ้างว่าเขาเป็นผู้ทำ เป็นผู้แต่งขึ้นมาเอง เราต้องเข้าไปตรวจสอบรายละเอียด ข้อเสนอแนะต่าง ๆที่อยู่ใน site อย่างรีบด่วน เพื่อการวางแผนดำเนินการต่อไป
                3.ในการที่จะปกป้องสิทธิของเราให้ถูกกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ จะต้อง print ข้อมูลต่าง ๆในแต่ละ page ไว้ก่อนที่จะใส่ข้อมูลเข้าไปใน internet และเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ใน disk เพื่อเก็บไว้เป็นของตัวเอง ข้อมูลต่าง ๆ ที่ print ให้ส่งจดหมายไปที่ ไปรษณีย์ ของอเมริกา ( an official administration acknowledged world wide ) ซึ่งจะมีการพิสูจน์ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดของเราจริง ไม่ได้ไปลอกเลียนแบบใคร และข้อมูลของจะถูกรับรองโดยการปั๊มตรา ออกำมาเป็นสิทธิบัตร ซึ่งมีต้นทุนเพียง 1.52 เหรียญ และสามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้
                4.ใช้ FAQ ซึ่งบรรจุข้อมูลต่าง ๆเกี่ยวกับ Hacking Novell Netware เพื่อแสดงว่า มีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการ Hacking On Netware และมีวิธี hacking อย่างไร แสดงรายละเอียดว่ามีการบริหารระบบอย่างไรที่จะปรับปรุง แก้ไขความปลอดภัยให้ดีขึ้น และป้องกันการเจาะระบบ
                5. เวลาที่เราไปขอพื้นที่ในการสร้าง web ผู้ที่ให้พื้นที่และ password แก่ เราจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องเป็นความลับ
                6. อัพเดทระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ โดยเฉพาะโปรแกรม Antivirus ที่คุณใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ บางครั้งย่อมต้องมีบั๊ก มีช่องโหว่ที่อาจจะเอื้อให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้ 
            7.    ถึงจะมีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้ว แต่บางครั้งก็อาจจะมีบางตัวที่หลุดรอดเข้ามาได้ วิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรสแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหน่วยความจำหรือ Flash Drive ต่างๆ ก่อนนำมาใช้งาน
               8. ติดตั้ง Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และเป็นการป้องกันการรับ-ส่งข้อมูลที่คุณ ไม่ต้องการทั้งจากโปรแกรมสปายแวร์เอง หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจจะเป็นการเปิดช่องโหว่ในการโจมตีได้อีก
             9.   ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ถ้าเข้าไปอาจจะติดไวรัสหรือโดนแฮกโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
            10.   บล็อกการทำงานของสปายแวร์ โดยอาจจะใช้ Firewall อย่างที่ได้กล่าวไป หรือใช้โปรแกรม Anti-Spyware มากวาดล้างเลย อย่าปล่อยให้มีสายลับวายร้ายมาอาศัยในเครื่องคุณ
         11. ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ และจำให้ขึ้นใจว่าปลอดภัยไปไว้ก่อน การให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญบางอย่างผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ต้องทำอย่างระมัดระวัง มีอีกวิธีการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อย่างเช่น การเข้ารหัส ข้อมูลก่อนส่ง หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น เท่านั้น
               12. ติดตามข่าวสาร รูปแบบการโจมตีใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อที่จะได้ระมัดระวังและหาทางป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณตลอดเวลา

-บุคคลตัวอย่าง Cracker และ Hacker ที่โด่งดังของโลก
Cracker !
Johan Helsingius  
มีนามแฝงว่า Julf เขาเป็นผู้จัดการ anonymous remailer ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเรียกว่า penet.fi แต่ในที่สุดเขาก็ปิดกิจการลงใน กันยายน ปี 1996 เนื่องจากตำรวจอ้างว่า Church of Scientology ได้รับความเสิยหายอันเกิดจากผู้คนนำความลับของพวกเขาไปเผยแพร่โดยปปิดปังตัวเองด้วยบริการของ Helsingius รีเมลเลอร์ที่เขาทำ ดำเนินงานโดยคอมพิวเตอร์ 486 และ 200-megabyte harddrive เท่านั้น

John Draper (สุดยอด)
    มีนามแฝงว่า Cap'n Crunch เขาเป็นผู้ริเริ่มการใช้หลอดพลาสติกที่อยู่ในกล่องซีเรียลมาทำให้โทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อการแคร็กโทรศัพท์ หรือที่เรียกกกันว่า "phreaking" ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นเขาพยายามทำให้โทรศัพท์คืนเหรียญมาทุกครั้งที่หยอดลงไป เครื่องมือที่เขาชอบใช้คือ whistle (เครื่องเป่า) จากกล่อง Cap'n Crunch cereal whistle ดังกล่าวจะให้กำเนิดคลื่นเสียงขนาด 2600 hertz ซึ่งเพียงพอจะสามารถโทรศัพท์ได้ โดยจะต้องใช้ร่วมกับ bluebox (กล่องสีน้ำเงินจะช่วยให้สามารถโทรศัพท์ฟรีได้)

Kevin Mitnick
หรืออีกชื่อหนึ่ง "Condor" อาจเป็น cracker ที่รู้จักกันมากที่สุดในโลก mitnik เริ่มต้นด้วยการเป็น phone phreak ตั้งแต่ปีแรก ๆ mitnik สามารถ crack ไซต์   ทุกประเภท   ที่คุณสามารถนึกได้รวมถึงไซต์ทางทหาร บริษัททางการเงิน บริษัทซอฟแวร์ และ บริษัททางด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ (เมื่อเขาอายุ  10 ขวบ เขาสามารถ crack North American Aerospace Defense Command ) เขาถูกจับเพราะเขาดันเจาะ เข้าไปในคอมพิวเตอร์ของผู้เชียวชาญด้านรักษาความปลอกภัย ชาวญี่ปุ่นชื่อ Tsutomu Shimomura ทำให้เอฟบีไอตามล่าตัวเขา ปัจจุบันถูกสังห้ามใช้ หรือเข้าใกล้คอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ออกจากคุกแล้ว เขียนหนังสือความปลอดภัย ด้าน hacker อยู่

Vladimir Levin
จบการศึกษามาจาก St. Petersbrurg Tekhnologichesky University นักคณิตศาสตร์คนนี้มีประวัติไม่ค่อยดี จากการที่เข้าไปรวมกลุ่มกับแคร็กเกอร์ชาวรัสเซียเพื่อทำการปล้น Citibank's computers ได้เงินมา $10ล้าน ในที่สุดก็ถูกจับโดย Interpol ที่ Heathrow Airport ในปี 1995

Mark Abene
หรือที่รู้จักกันดีในนามของ Phiber Optik เขามีพรสวรรค์ในการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบโทรศัพท์ค่อนข้างมาก มากเสียจนต้องเข้าไปอยู่ในคุกถึง 1 ปี เนื่องจากพยายามจะส่งข้อความให้เพื่อนแคร็กเกอร์ด้วยกัน แต่ข้อความนั้นโดนจับได้เสียก่อน เด็กคนนี้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าวัยรุ่นมากเนื่อวจากฉลาดและบุคลิกดี นิตยสาร New York และแมนฮัตตันคลับถึงกับจัดเขาให้เป็น 1 ใน 100 ของบุคคลที่ฉลาดที่สุดในเมืองเขาเป็นคนที่ชอบรับประทานมันฝรั่งบด (mashed potatoes) จากร้านลุงเค็นเป็นที่สุด

Kevin Poulsen
มีความเป็นมาที่คล้ายกับ mitnik มาก Poulsen ถูกรู้จักกันดีในฐานะที่เขามีความ อันลึกลับที่สามารถควบคุมระบบโทรศัพท์ของ Pacific Bell ได้ ( ครั้งหนึ่งเขาใช้ความสามารถพิเศษ นี้ชนะการแข่งขันทางวิทยุซึ่งมีรางวัลเป็นรถเปอร์เช่ เขาสามารถควบคุมสายโทรศัพท์ได้ ดังนั้นเขาจึง ชนะการแข่งขันครั้งนั้นได้ เขาได้บุกรุกเข้าสู่ไซต์แทบทุกประเภท แต่เขามีความสนใจในข้อมูลที่มีการป้อง กันเป็นพิเศษ ต่อมาเขาถูกกักขังเป็นระยะเวลา 5 ปี Poulsen ถูกปล่อยในปี 1996 และกลับตัวอย่างเห็นได้ ชัด

Robert T.Morris
มีชื่อแฝงว่า  rtm เขาเป็นลูกชายของหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ใน  National Computer Security Center ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ National Security Agency (NSA) เขาจบการศึกษาจาก Cornell University และโด่งดังมาจากที่หนอนอินเตอร์เน็ทแพร่ระบาดในปี 1998 ทำให้คอมพิวเตอร์นับพันต้องติดเชื้อและทำงานล้มเหลวเครื่องมือที่เขาใช้ตอนยังเป็นวัยรุ่น คือ แอคเคาท์ซูเปอร์ยูเซอร์ของเบลล์แลป


Hacker !!
Dennis Ritchie, Ken Thompson,and Brian Kernighan
Ritchie,Thompson และ Kernighan เป็นโปรแกรมประจำอยู่ที่ Bell Labs ทั้งสามช่วยกันพัฒนาระบบปฏิบัติการยูนิกซ์และภาษาซีพวกเขามีบทบาทสำคัญมาก ในการช่วยพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ท หลายคนยอมรับตรงกันว่า หากไม่มีสามคนนี้  พวกเราอาจไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตใช้กันอย่างทุก วันนี้  หรือถ้าจะมีก็คงมีคุณสมบัติด้อยกว่านี้เยอะ

Richard Stallman
Stallman เข้ามาทำงานที่ Artificial Intelligence Laboratory ของ MIT เมื่อปี 1971 เขาได้รับรางวัล 250K McArthur Genius จากผลงานทางด้านพัฒนาซอฟแวร์เขาเป็นผู้จัดตั้งสมาคม Free Software Foundation และสร้างสรรค์โปรแกรมใช้งานหลายร้อยชนิด    บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์   เขา เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ฉลาดมากมาก

Eugene Spafford
Spafford เป็นศาสตราจารย์ในแขนงวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัย Purdue เขาเป็นผู้สร้าง Computer Oracle Password และ Security System (COPS) ซึ่งเป็นระบบ semi-auto-mated ของระบบรักษาความปลอดภัยบนเน็ตเวิร์ค ที่คุณใช้กันอยู่นั่นเอง

Dan Farmer
Farmer ทำงานกับ Spafford ในเรื่องของ COPS (ออกมาในปี 1991) ในตอนนั้นเขาออยู่ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon กับ Computer Emergency Response Team หรือ CERT เขาคนนี้เองที่เป็นผู้สร้าง System Administrator Tool for Analyzing Networks (SATAN) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ วิเคราะห์หาจุดบกพร่องทางด้านระบบรักษาความปลอดภัย ของเน็ตเวิร์ค

Wietse Venema
Venema มาจาก Eindhoven University Of Technology ในเนเธอแลนด์ เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีพรสวรรค์สูงมาก เขาเป็นผู้ช่วย Farmer เขียน SATAN และเป็นผู้เขียน TCP Wrapper ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ที่ใช้กันค่อนข้างมาก โดยโปรแกรมนี้จะเป็นตัวควบคุม และตรวจสอบแพ็คเกจของข้อมูลที่เข้ามา

Linus Torvalds (Linux คือเขา)
หาก จะเรียกเขาให้ถูกต้อง คงหนีไม่พ้นคำว่า"อัจฉริยะ" นับจากเมื่อเขาได้ศึกษา UNIX และภาษา C ในปี 1990 เพียงแค่หนึ่งปีให้หลังเขาก็เริ่มเขียนระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะการคล้ายู นิกส์ขึ้นมาแล้วก็ปล่อยออกสู่ระบบอินเตอร์เน็ตภายในช่วงปีเดียวกัน ทำให้มีผู้รู้จักปฏิบัติการตัวจิ๋วภายใต้ชื่อ  Linux  นับจากวันนั้นจนวันนี้ ลีนุกส์ก็กลายมาเป็นระบบที่ได้รับความนิยม จากทั่วโลก มีการแจกจ่ายลีนุกส์เพื่อใช้งานกันอย่างกว้างขวางเนื่องจาก Torvalds ไม่จำกัดลิขสิทธิ์ และปล่อยให้ ลีนุกส์เป็นของฟรี

Bill Gates and Paul Allen
สมัยเด็กๆทั้ง Gates และ Allen ตอนที่อยู่วอชิงตันด้วยกันพวกเขาชอบ hack ซอฟแวร์บ่อยๆ และความรู้ที่ได้จากการ hack ซอฟต์แวร์นั้นเองทำให้ปัจจุบันเขาสามารถนำมันมาพัฒนาโปรแกรมอย่าง MS-DOS , Microsoft Windows ,Windows 98 , WindowsNT และตระกูล Windows ตระกูล Microsoft ต่างๆ นับแต่ปี 1980 ปัจจุบัน Hacker ทั้งสองคนนี้เป็นผู้ผลิตซอฟแวร์รายใหญ่ที่สุด และประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Microsoft

-จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า
                ในปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์ เข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย ข้อมูลต่าง ๆ จึงอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมดและประกอบกับระบบคอมพิวเตอร์ยังมีการควบคุม ที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ก่อกวนระบบ สามารถเข้าไป ก่อกวนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ระบบคอมพิวเตอร์ จึงควรมีการควบคุมที่ดี
                จากการศึกษา ขึ้นต้น พบว่า Hacker คือผู้ที่สร้างระบบ Net work และระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ส่วนบุคคลที่เข้าไปก่อกวนระบบจริง ๆ คือ Cracker ในที่นี้จึงจะกล่าวถึง เฉพาะ Cracker ซึ่งการกระทำของ Cracker นี้ ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ระบบ Net work อาจโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้เกิดการ Cracking คือผู้ใช้ทั่วไปมักจะไว้ใจในระบบจนมากเกินไปจึงจัดเก็บข้อมูลส่วนใหญ่ไว้ในระบบ Network เป็นแรงจูงใจทำให้คนกลุ่มหนึ่งต้องการจะเจาะระบบเพื่อเข้าไปดูหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลนอกจากนี้วิธีการเจาะระบบที่ค่อนข้องซับซ้อนก็เป็นสิ่งท้าทายสำหรับคนที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ในระดับกลาง ไปจนกระทั่งสูง มีความต้องการจะลองเข้าไป Cracking ดู ยิ่งกว่านั้นรายได้จากการนำข้อมูลไปขาย มีมูลค่ามากจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องการเป็น Cracker และในปัจจุบันยังไม่มีใครหาหลักฐานตามร่องรอยของคนที่เป็น Cracker ได้
                วิธีการที่จะเข้าไป Cracking มีหลายวิธี เช่น การเจาะระบบโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง นอกจากการเจาะระบบแล้ว Cracker ยังเข้าไปก่อกวน ค้นหาข้อมูล แก้ไข และทำลายข้อมูลในระบบได้ ซึ่งรวมถึง ผู้ที่เข้าไปดูรูปภาพหรือข้อมูลอื่น ๆ แล้วทำการ coppy มา โดยไม่ได้มีเจตนา ก็ถือว่าเป็น Cracker คนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า เป็น Cracker โดยไม่ตั้งใจ
                ผลเสียต่าง ๆ ที่เกิดจาก Cracker มีมากมายซึ่งก่อให้เกิดความไม่ไว้ใจในตัวระบบ และทำให้คนไม่อยากสร้างแนวคิดใหม่ ๆ ขึ้นมา เพราะเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็จะถูกคนอื่นขโมยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
                การป้องกันและการแก้ไขในปัจจุบัน ยังไม่เป็นทางการเท่าที่ควร และยังไม่มีการแก้ไข อย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดการ Cracking ขึ้น แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในความคิดของดิฉัน เห็นว่า ควรมีการออกกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ อย่างจริงจัง และเมื่อมีผู้กระทำผิดก็ควรมีบทลงโทษที่รุนแรง พอที่จะทำให้ Cracker ต่าง ๆ ไม่กล้าที่จะเข้ามาก่อกวน ทางบริษัทคอม ควรผลิต Soft ware ป้องกัน Cracker ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
                ในขั้นพื้นฐาน เมื่อมีการสอนคอมพิวเตอร์ก็ควรจะสอดแทรกจริยธรรม เข้าไปในบทเรียนด้วย เพื่อสอนให้คนมีจริยธรรมมากขึ้น ดังนั้น เมื่อคนที่เรียนคอมพิวเตอร์มีความสามารถมากจนกระทั่งสามารถที่จะเข้าไปก่อกวนข้อมูลได้ แต่ในที่สุดเขาก็จะไม่ทำ เนื่องจากจริยธรรมที่ได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่ต้น









วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 2)

1. Retro-Virus คือ เป็น virus ที่รออยู่จนกระทั่ง backup media ที่มีอยู่ทั้งหมดติดเชื้อก่อน ดังนั้นจึงทำให้ไม่สามารถฟื้นฟูระบบให้กลับสู่สภาพเดิมได้

2. Honeynets คือ อีกเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับและวิเคราะห์การบุกรุก Honeynets คือเครือข่ายของการออกแบบ honeypotsเพื่อดึงดูดแฮกเกอร์

3. Honeypots คือ ระบบข้อมูลไฟร์วอลเราน์เตอร์ เว็บเซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลไฟล์และเหมือนกับระบบทั่วไปแต่ไม่ได้ทำงานจริงความแตกต่างหลักระหว่าง honeypots และของจริงคือการกระทำบน honeypots มาจากผู้บุกรุกที่พยายามจะเข้าสู่ระบบในที่นี้นักวิจัยจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีของแฮกเกอร์ว่าโจมตีอย่างไร ทำอะไรหลังจากที่เข้าระบบและติดต่อสื่อสารอย่างไรหลังโจมตี

4.Sniffer คือ โปรแกรมที่ใช้ดักจับข้อมูลที่ข้ามผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ hacker ใช้โปรแกรมนี้ในการดักจับ userid และรหัสผ่านเครื่องมือทาง software ที่ตรวจสอบและพิสูจน์ทราบ packet ของ traffic ในเครือข่ายบุคลากรผู้ดูแลการปฏิบัติการและการซ่อมบำรุงของเครือข่ายก็ใช้ โปรแกรมนี้ในการแก้ปัญหาในเครือข่าย

5.Spies คือ ผู้โจมตีที่โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง


วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 1)


1. Risk Assessment การประเมินความเสี่ยง คือ เป็นการศึกษาถึงความล่อแหลม ความน่าจะเป็น การสูญเสียหรือผลกระทบ และประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัย หรือ กระบวนการในการประเมินผลของภัยคุกคามและความล่อแหลม ทั้งที่ทราบและที่คาดการณ์ เพื่อที่จะสามารถคาดการณ์ถึงความสูญเสียและจัดตั้งระดับการปฏิบัติการของระบบที่ยอมรับได้
2. Personnel Security การรักษาความปลอดภัยทางบุคคล คือ ระเบียบปฏิบัติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรที่เข้าถึงข้อมูลในชั้นความลับใดๆ ได้รับการอนุญาตและมีสิทธิที่จะเข้าถึงชั้นความลับนั้นๆ
3. Key Escrow ระบบที่มีการให้ชิ้นส่วนหนึ่งของกุญแจ หนึ่งชิ้นต่อผู้ที่ได้รับมอบหมายหนึ่งคน ดังนั้นจะได้มาซึ่งตัวกุญแจก็ต่อเมื่อผู้ได้รับมอบหมายทุกคนมาร่วมกัน
4. Availability ความพร้อมใช้งานของข้อมูล คือ ผู้มีสิทธิ์สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในระบบงานต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยผ่านช่องทางที่องค์กรกำหนด
5. Worm คือ โปรแกรมอิสระที่สำเนาตัวเองจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยผ่านการเชื่อมต่อทางเครือข่ายและโดยปกติจะเป็นที่กีดขวางในทำงานในเครือข่ายระบบข้อมูลในระหว่างที่ตัวมันก็จะกระจายตัวเองออกไป