วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๕๐

                มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ
และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
                หมายความว่า ใครก็ตามที่เข้ามาขโมยข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีการป้องกันไว้อย่างดี จะต้องได้รับโทษ ตัวอย่างเช่น นายเอ ตั้งรหัสผ่านการเข้าใช้ระบบไว้ แต่นายบี แอบมาเข้าใช้ระบบด้วยวิธีการแฮครหัสผ่าน นายบี ก็จะได้รับโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

                มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น
มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                หมายความว่า  การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ เช่น นายเอ ลักลอบดักจับข้อมูล ของนายบี ในระหว่างที่นายบี กำลังส่งข้อมูลอยู่ และข้อมูลนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายเอเลย แต่นายเอ ทำเพราะต้องการตัดกำลังคู่แข่งทางธุรกิจ นายเอจะมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือ
บางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน
หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                หมายความว่า  การทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข้ เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ เช่น นายเอ ทำการตัดต่อรูปภาพดารา เพื่อให้เกิดคำกล่าวในทางเสียหาย นายเอ จะมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                หมายความว่า  การกระทำเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เช่น การร้องขอข้อมูลเหมือนกัน จากคอมพิวเตอร์หลายๆ ไปยังเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวทำให้เซิร์ฟเวอร์เสียหายและทำงานไม่ได้ จะมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
                หมายความว่า  การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยปกติสุข (SpamMail) เช่น การส่ง SpamMail ให้ผู้อื่น โดยที่เค้าไม่ต้องการซ้ำๆ จนเกิดความรำคาญ จะได้รับโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท



ขั้นตอนวิธีการติดตั้งโปรแกรม Avira Anti-virus




***วีดีโอนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น มิได้แสวงหาผลกำไรแต่อย่างใด

Avira Anti-virus เป็นฟรีแวร์แอนตี้ไวรัสอีกตัวนึงที่มีคุณภาพ หรือบางคนเรียกติดปากกันว่า ร่มแดง (เนื่องจากไอคอนเป็นรูปร่มสีแดง)

นำเสนอโดย
นางสาวนิลวัลย์ แดงโคนา 
ชั้นปีที่ 3 (เทียบโอน) รหัส 2551051541317
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับ โปรแกรมชุด Antivirus ที่สุดของปี 2012


จากเว็บไซต์ TopTenReviews และ TOPTENTHAILAND.com
10.ESET NOD32 Antivirus
9.Avira AntiVirus Premium
8.Bull Guard Antivirus
7.G Data AntiVirus
6.Avast! Pro Antivirus
5.AVG Anti-Virus
4.F-Secure Anti-Virus
3.Panda Antivirus Pro
2.Kaspersky Anti-Virus
1.Bitdefender Antivirus Plus


การเปรียบเทียบระหว่าง
Avira AntiVirus Premium ซึ่งอยู่อันดับที่ 9 และ Bitdefender Antivirus Plus อันดับที่ 1

Avira AntiVirus Premium
                เวอร์ชั่นล่าสุดของร่มแดง แอนตี้ไวรัสยอดนิยมของคนที่ชอบของฟรีแม้จะมีความสามารถไม่เท่ากับเวอร์ชั่นที่ซื้อ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็นับว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว
                สำหรับร่มแดง 2012 เวอร์ชั่นที่ต้องเสียเงินซื้อกับเวอร์ชั่นฟรีจะแตกต่างตรงที่เวอร์ชั่นฟรีจะไม่มีฟังค์ชั่น Anti-Phishing, Web filtering, Email protection, และ Live Support นอกนั้นในส่วนของการป้องกันไวรัสและการทำงานของโปรแกรมจะเหมือนกันทั้งหมด
                ในปัจจุบันนี้ถ้าคิดที่จะปกป้องคอมพิวเตอร์ของเราให้ปลอดภัยแล้วละก็ เราต้องมองไปถึงการป้องกันในด้านอื่นๆด้วย นอกจากไวรัส เพราะด้วยความแพร่หลายของอินเตอร์เน็ตทำให้การโจมตีคอมพิวเตอร์พัฒนาตามไปด้วย >>>>>>>> ซึ่งการ Phishing เป็นหนึ่งในเทคนิคยอดนิยมในการจู่โจมผู้ใช้คโดยการปลอมแปลง e-mail ให้เหมือนส่งมาจากบริษัทที่ประกอบกิจการธุรกรรมทางการเงิน เพื่อหาทางหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ซึ่ง Avira Antivirus Premium 2012 มาพร้อมฟังค์ชั่น Anti-Phishing ทำให้เราวางใจได้เลยว่าคอมพิวเตอร์ของเราจะปลอดภัยอย่างแน่นอน
                 นอกจากนั้นยังมีฟังค์ชั่นตรวจสอบเว็บไซต์ปลอมที่ทำให้เหมือนเว็บไซต์จริง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสน รวมถึงการตรวจสอบภัยร้ายที่อาจแฝงมาทาง e-mail และถ้าเกิดมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น Avira ยังมี Live Support ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะส่งทีมงานเข้ามาดูแลปัญหาได้โดยตรงผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดตลอดเวลาด้วย
                สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ค่าย Avira มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และมาพร้อมกับการปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแบบ Realtime มีการปรับปรุงในส่วนของการติดตั้งโปรแกรมให้ทำงานได้เร็วกว่าเดิม และลดการใช้งานหน่วยความจำเพื่อให้ระบบมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

คุณสมบัติของ Avira AntiVirus Premium
1.หยุดไวรัสทุกชนิด
2.กำจัด Adware/Spyware
3.ต่อต้านการคุกคามจาก rootkit
4.ล้างไวรัสอย่างรวดเร็ว
5.กินทรัพยากรน้อย
6.ตรวจจับไวรัสใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้จัก
7.ซ่อมไฟล์ที่เสียหายจากไวรัส
8.ติดตั้งง่าย เพียงกดแค่ 5 คลิก
9.ป้องกัน phishing
10.เทคโนโลยีใหม่ในการตรวจจับไวรัสที่ไม่ รู้จัก
11.ป้องกันจากเว็บไซด์อันตราย
12.สร้างแผ่นบู๊ต CD
13.ป้องกันไวรัสระหว่างท่องเว็บ
14.ช่วยป้องกันไวรัสจากการใช้ email
15.บริการดูแลปัญหาผ่านอินเตอร์เน็ต 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่มีวันหยุด

ข้อเสีย 
1.โปรแกรมถามว่าจะลบหรือไม่ลบให้กด Ignore บ่อยมากๆ
2.online protection ทำให้การทำงานการเข้าไปใช้อินะตอร์เน็ต เช่น การโหลดหนัง โหลดเพลง ช้าลง 




Bitdefender Antivirus Plus
                Bitdefender Antivirus โปรแกรม ป้องกันไวรัส สัญชาติ โรมาเนีย BitDefender มีเทคโนโลยีแอนติไวรัสแบบ All-In-One และมีเสถียรภาพของโปรแกรมอรรถประโยชน์ มีความยืดหยุ่นเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานต่างๆ BitDefender มีโซลูชั่นมากมายที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในบ้านจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดจากทวีปยุโรป และ สหรัฐอเมริกา
                BitDefender สามารถปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเอง จากภัยต่างๆ จากไวรัส ประเภทต่างๆที่ครอบคลุมทุกมุม สแกนการส่งข้อมูลผ่านเว็บ, อีเมล์และ Instant Messaging อย่างพวก Windows Live Messenger (MSN), Yahoo ! Messenger ตลอดจน Google Talk ! แบบตลอดเวลา (Real-time) เพื่อหาไวรัสและสปายแวร์ การป้องกันล่วงหน้าต่อการแพร่ระบาดของไวรัสใหม่ โดยใช้ฮิวริสติกขั้นสูง (Advanced Heuristics)

คุณสมบัติของ Bitdefender Antivirus Plus
1.สามารถตรวจจับ ไวรัสและมัลแวร์
2.จัดการกับความเสี่ยงที่จะถูกขโมยข้อมูลทั้งจาก email, facebook, chat หรือ website ที่คอยดักจับข้อมูลของเรา  
3.Bitdefender มีระบบการเตือน Website ที่เป็น อันตรายโดยจะแสดงผลในหน้าจอการค้นหาข้อมูล
4.เมื่อมีการเข้าใช้งาน ใน Website ที่เป็นอันตราย BitDefender จะมีการเตือนพร้อมให้คำแนะนำในการใช้งาน
5.BitDefender ได้มีการจัดทำ Video ข้อมูลการใช้งาน โดยแสดงขั้นตอนในการใช้งาน เพื่อให้สะดวกกับผู้ใช้ BitDefender
6.เมื่อเกิดปัญหาจากการใช้งาน หรือแม้กระทั่ง ไวรัส การหาข้อมูลสามารถทำได้หลายวิธี เช่น Knowledge Base, TroubleShooting หรือ ติดต่อ Call Center
7.เมื่อมีการใช้งาน gamesafe, laptop หรือ slient mode สามารถทำให้การทำงานของเราไม่ถูกรบกวน ไม่ว่าจะเป็น การดูหนัง หรือเล่นเกมส์ หรือแม้กระทั่งลดการใช้พลังงานจาก battery

ข้อเสีย
       เนื่องด้วยโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่มากมาย ถ้าใครใช้งานเครื่องที่มีสเป็คต่ำหรืออินเทอร์เน็ตช้าหน่อยก็อาจจะทำให้รู้สึกได้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงไปด้วย แต่สำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆ นั้นสามารถเปิดใช้งานได้ทุกฟีเจอร์โดยไม่มีปัญหา

ข้อเปรียบเทียบ
Bitdefender Antivirus Plus
Avira AntiVirus Premium
ลำดับความนิยม
1
9
ราคา
$29.95
$23.49
ประสิทธิภาพการทำงาน
10
7.3


จากผลการเปรียบเทียบ สรุปได้ว่า Bitdefender Antivirus จะถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1 เนื่องมาจากผลการสำรวจการให้คะแนนด้านประสิทธิภาพ คุณสมบัติ และการบริการหลังการขาย ซึ่ง  Bitdefender ได้คะแนนเต็ม 10 ในทุกด้าน และอีกปัจจัยหนึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านราคา ที่มีราคาอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับ Kaspersky Antivirus หรือ Avast! Antivirus Pro ซึ่งมีราคาสูงกว่าแต่ประสิทธิภาพการทำงานก็คล้ายคลึง และที่สำคัญ Bitdefender สามารถใช้ได้ดีกับระบบ Windows 7 และ Windows XP แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติการป้องกันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การป้องกันไวรัส การป้องกันมัลแวร์ หรือการป้องกันโทรจัน ฯลฯ จะเห็นได้ว่า ทุกผลิตภัณฑ์ล้วนแต่มุ่งเน้นให้ผลิตภัณฑ์ของตนมีความสามารถในด้านการป้องกันเป็นอย่างดี และมีความสามารถที่ทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง หรือไม่ว่าจะเป็นในด้านการรองรับระบบปฏิบัตการต่างๆ จะเห็นได้ว่าทุกผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะรองรับได้เหมือนกัน ยกเว้นบางผลิตภัณฑ์เท่นั้น ตัวอย่างเช่น Panda Antivirus Pro และ F-Secure Antivirus ที่ไม่สามารถรองรับระบบปฏิบัติการ Windows XP 64 bit ได้ และหัวข้อสุดท้าย คือ การบริการหลังการขาย ที่จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่อันดับไหน ก็สามารถมีบริการหลังการขายที่ดีได้เหมือนกัน ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทนั้นๆ
                ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่ผู้ใช้งานว่าต้องการเลือกใช้โปรแกรมใด ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างที่จัดลำดับก็ได้ เพราะทุกผลิตภัณฑ์ล้วนมุ่งเน้นที่จะรักษาความปลอดภัยทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลและรูปภาพประกอบ
http://software.thaiware.com/
 www.TopTenReviews.com
www.TOPTENTHAILAND.com

สมาชิกในกลุ่ม

 นางสาวนิลวัลย์แดงโคนา              รหัส 2551051541317
 นางสาววริยา ศรีศุภโชค               รหัส 2551051541318
 นางสาวสุนิสา กุลอุปฮาต              รหัส 2551051541319
  นางสาวกาญจนาสุนทรโอวาท        รหัส 2551051541326
 

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 10)

1.Key pair หรือคู่กุญแจ หมายถึง ระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล โดยผู้ส่งและผู้รับจะมีกุญแจคนละดอกที่ไม่เหมือนกัน ผู้ส่งใช้กุญแจดอกหนึ่งในการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจสาธารณะ (Public key) ส่วนผู้รับใช้กุญแจอีกดอกหนึ่งในการถอดรหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งระบบกุญแจคู่นี้เองเป็นระบบกุญแจพื้นฐานที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบ PKI
2.Encryption คือ  การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม
3.Security Violation การล่วงล้ำความปลอดภัย:การที่ผู้ใช้หรือบุคคลอื่นข้ามผ่าน หรือเอาชนะการควบคุมของระบบให้ได้มาซึ่งการเข้าถึงข้อมูลในระบบหรือการเข้าถึงทรัพยากรของระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.Competency หมายถึง ความรู้ความสามารถและพฤติกรรมที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่ความสามารถ หรือสมรรถนะตามที่มีผู้แปลกัน เพราะบุคลากรในองค์กรที่มีความรู้ ความสามารถมาก แต่อาจไม่ได้มีตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการก็ได้ เท่ากับองค์กรอาจกำลังจ่ายค่าความสามารถของคน ๆ นั้นไปฟรี ๆ ก็ได้
5.Denial of Service หมายถึงการถูกโจมตีหรือถูกส่งคำร้องขอต่าง ๆ จากเครื่องปลายทางจำนวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งทำให้เครื่องแม่ข่าย(Server)ที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ไม่สามารถให้บริการได้

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 9)

1.Personal Firewall คือ ซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อควบคุมการเข้า-ออก หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน หรือภายนอก และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น นอกจากโปรแกรม Anti-Virus ที่จำเป็นต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว Personal Firewall ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าโปรแกรม Anti-Virus เลย ดังนั้นการใช้งานโปรแกรม ดังกล่าวจึงควรใช้งานควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในสถานะปลอดภัยและจะไม่ถูกคุกคามจากผู้ที่ประสงค์ร้ายทั้งหลาย
2.Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network
3.Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ
4.Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้
5.Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฏอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฏอยู่บนกระดาษนั่นเอง

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 8)

1.Security Audit การตรวจหาในระบบคอมพิวเตอร์ถึงปัญหาและความล่อแหลมทางความปลอดภัยต่างๆ
2.ASIM - Automated Security Incident Measurement การวัดเหตุการณ์ความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ: การเฝ้าดู traffic ในเครือข่ายและเก็บสะสมข้อมูลจากเครือข่าย เป้าหมายโดยการตรวจจับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในเครือข่าย
3.Computer Network Attack (CNA) การโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การปฏิบัติที่ทำให้เกิดการขาดตอน การปฏิเสธ การลดคุณภาพหรือการทำลาย ของข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และตัวเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์
4.Malware หรือ Malicious Software คือ ชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรือซอฟแวร์ใดๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอาจมีความสามารถในการแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งหรือจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่งได้ด้วยตัวเองหรือผ่านตัวกลางต่างๆ
5.Availability ความพร้อมใช้งานของข้อมูล คือ ผู้มีสิทธิ์สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในระบบงานต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยผ่านช่องทางที่องค์กรกำหนด

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 7)


1.Eavesdropping การลักลอบดักฟัง มักเกิดขึ้นในระบบเครือข่ายและการโทรคมนาคม ดักเอาข้อมูล ดักเอาสัญญาณ ต่าง เช่น ดักเอา รหัสการเข้าใช้งานระบบ เป็นต้น
2.Vulnerability Analysis คือ การตรวจสอบอย่างเป็นระบบในระบบข้อมูลอัตโนมัติหรือผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะหา มาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม, พิสูจน์ทราบถึงความบกพร่องในด้านความปลอดภัย, ให้ข้อมูลที่จะสามารถนำมาทำนายถึงประสิทธิภาพของมาตรการความปลอดภัยที่เสนอ, และยืนยันถึงความเหมาะสมของมาตรการดังกล่าวหลังจากที่มีการใช้แล้ว
3.Smurfing คือ การโจมตีเพื่อให้เกิด denial of service ซึ่งผู้โจมตีปลอมแปลง address ของ source packet ที่ร้องขอการสะท้อนกลับแบบ ICMP (หรือ ping) ให้เป็น broadcast address ของเครือข่ายนั้น และทำให้เครื่องต่างๆบนเครือข่ายตอบสนองอย่างล้นหลามและทำให้เครือข่ายติดขัด
4.identity theft คือ การโจรกรรม การทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการขโมยตัวตนของบุคคลและจากนั้นการใช้รหัสประจำตัวที่มีคนทำท่าจะเป็นคนอื่นเพื่อขโมยเงินหรือได้รับผลประโยชน์อื่น ๆ5. RootKits คือ โปรแกรม ที่จะซ่อนอยู่ภายใน เครื่องคอมพิวเตอร์ ของท่าน เพื่อที่จะสามารถเปิดทางให้ ผู้บุกรุก (Intruders) เข้ามา ควบคุมเครื่อง คอมพิวเตอร์ ของท่านได้ทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จ เรียกได้ว่า ถ้ามี รูทคิตส์ ฝังหรือติดตั้ง (Install) อยู่บนเครื่องคุณแล้ว ก็เปรียบเสมือนกับว่า ผู้บุกรุก นั้นเข้ามานั่งอยู่หน้า คอมพิวเตอร์
5.Click Fraud คือ การคลิกโกงเป็นการสร้างสถิติการจราจรเฟ้อเทียมเพื่อฉ้อโกงการโฆษณาหรือ เว็บไซต์ที่การกระทำผิดกฎสำหรับการโฆษณา ในแบบจำลองการโฆษณา pay-per-click ทั่วไป ผู้โฆษณาจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับคลิกแต่ละครั้งกับการเชื่อมโยงของพวกเขา

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 6)


1.Authorized ได้รับอนุญาต:ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของหรือผู้ดูแล (administrator)
2.Replicator คือ โปรแกรมใดๆก็ตามที่สร้างสำเนาของตัวเอง ตัวอย่างเช่น โปรแกรม, worm, fork bomb,หรือ virus
3.Data Diddling ดาต้าดิดดลิ่ง เป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาเอกสาร เพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ได้รับอนุญาต
4. hashing เป็นการปรับแปลงข้อความของตัวอักษรเป็นค่าความยาวตายตัวสั้นกว่าหรือคีย์ที่นำเสนอข้อความดั้งเดิม hashing ได้รับการใช้เป็นดัชนี และรายการที่ดึงออกมาจากฐานข้อมูล เพราะเร็วกว่าในการค้นหารายการด้วยการใช้คีย์แฮชสั้นกว่าการค้นหาด้วยการใช้ค่าดั้งเดิม รวมถึงการใช้อัลกอริทึมเข้ารหัส
5.Electronic Warfare การทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายกับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงาน การลบข้อมูลในหน่วยความจำ

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 5)

1.User Command คำสั่งของผู้ใช้ คือ การฉวยโอกาสในความล่อแหลมโดยการสั่ง process ผ่านทางการ input โดยตรงจากผู้ใช้
2.Private Key Cryptography วิธีการเข้ารหัสลับที่ผู้เข้าและผู้ถอดรหัสลับใช้กุญแจตัวเดียวกัน ซึ่งกุญแจนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ วิธีนี้โดยมากจะใช้อยู่เพียงภายในกลุ่มเล็กๆ
3.Public Key Cryptography ชนิดของการเข้ารหัสลับซึ่งสาธารณชนสามารทราบถึงกระบวนการเข้ารหัสได้และไม่มีปิดเป็นความลับ แต่จะมีการปกปิดส่วนหนึ่งของกุญแจถอดรหัสไว้ ดังนั้นเฉพาะผู้ที่ทราบถึงกระบวนการถอดรหัสทั้งสอบส่วนจะสามารถถอดรหัสลับของข้อความได้
4.Open Security สิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มีการรับรองที่เพียงพอว่าอุปกรณ์และ application ต่างๆ ได้รับการปกป้องจากความเจตนาร้าย ทั้งก่อนและระหว่างการปฏิบัติงานของระบบ
5.Terrorists ผู้ก่อการร้าย คือ ผู้โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง



วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 4)

1.Cracker คือ ผู้ที่ละเมิดการรักษาความปลอดภัยในระบบข้อมูลอัตโนมัติ
2.Corrective Action การกระทำที่ทำในระหว่างและหลังจากเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเพื่อป้องกันการโจมตีอื่นท่อาจจะมีขึ้นอีก ซ่อมแซมความเสียหาย และลงโทษผู้กระทำผิด
3.Ending Date วันที่ของวันสุดท้ายที่ทราบว่ามีกิจกรรมที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายเกิดขึ้น
4.Backdoor ประตูหลัง คือรูรั่วในการรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้ออกแบบหรือผู้ดูแลจงใจทิ้งไว้ มีความหมายเดียวกับประตูดัก ซึ่งเป็นกลไกลับทาง Software หรือ Hardwareที่ใช้ในการข้ามผ่านการควบคุมความปลอดภัย
5.Alert การแจ้งเตือน คือ ข้อความที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครือข่าย การแจ้งเตือนมัจะเกิดมาจากการตรวจสอบ

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Computer-Security (สัปดาห์ที่ 3)


1.Modify เปลี่ยนแปลง:การเปลี่ยนเนื้อหาหรือคุณลักษณะของเป้าหมาย
2.Network Level Firewall  เป็น Firewall ชนิดที่มีการตรวจสอบ traffic ที่ packet ในระดับ network protocol (IP)
3.Network Security การ รักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)
4.Open Systems Security การรักษาความปลอดภัยในระบบเปิด:เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำให้การเชื่อมต่อของเครือข่ายของระบบเปิด (open systems) ต่างๆมีความปลอดภัย
5.Operational Data Security การรักษาความ ปลอดภัยของข้อมูลการปฏิบัติการ: การปกป้องข้อมูลจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งโดยอุบัติเหตุและโดยเจตนาในระหว่างการ input, processing, และ output

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Hacker & Cracker


จัดทำโดย
นางสาวนิลวัลย์แดงโคนา                รหัส 2551051541317
 นางสาววริยา ศรีศุภโชค                   รหัส 2551051541318
 นางสาวสุนิสา กุลอุปฮาต                  รหัส 2551051541319
  นางสาวกาญจนาสุนทรโอวาท        รหัส 2551051541326
                                         
- ความหมายของ Hacker & Cracker
Hacker  หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เป็นอย่างมาก จนถึงระดับที่สามารถถอดหรือ เจาะรหัสระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่นได้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทดสอบขีดความสามารถของตนเอง หรือทำหน้าที่งานของตนเอง เช่น มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่าย หรือองค์กร แล้วทำเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของ Hacker จะเป็นพวกชั่วร้าย ชอบขโมยข้อมูล หรือ ทำลายให้เสียหาย แต่ในปัจจุบัน คำว่า Hacker หมายถึง Security Professional ที่คอยใช้ความสามารถช่วยตรวจตราระบบ และแจ้งเจ้าของระบบว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง อาจพูดง่ายๆว่าเป็น Hacker ที่มีจริยธรรมนั่นเอง ในต่างประเทศมีวิชาที่สอนถึงการเป็น Ethical Hacker หรือHacker แบบมีจริยธรรม ซึ่ง Hacker แบบนี้เรียกอีกอย่างว่า White Hat Hacker ก็ได้ ส่วนพวกที่นิสัยไม่ดีจะเรียกว่าพวกนี้ว่า Cracker หรือ Black Hat Hacker ซึ่งก็คือ มีความสามารถเหมือน Hacker ทุกประการ เพียงแต่พฤติกรรมของ Cracker จะเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม เช่น ขโมยข้อมูลหรือเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานไม่ได้ เป็นต้น

-คุณสมบัติของ Hacker มีดังนี้
                -เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญในภาษาคอมพิวเตอร์
                -เป็นคนสร้างโปรแกรม
                -เป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาโปรแกรม หรือระบบที่เฉพาะอย่าง เช่น ระบบปฏิบัติการ UNIX
                -เป็นผู้ที่เข้าใจ และทราบถึงจุดอ่อนของระบบต่าง ๆ



- วิธีการที่ Hacker และ Cracker ใช้เข้าไปก่อกวนในระบบอินเทอร์เน็ต
วิธีการที่บรรดา Hacker และ Cracker ใช้กันนั้น มีหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมนั้นมี 3 วิธีดังนี้
1. Password Sniffers เป็นโปรแกรมเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในเครือข่าย และถูกสั่งให้บันทึกการ Log on และรหัสผ่าน (Password) แล้วนำไปเก็บในแฟ้มข้อมูลลับ
2. Spoofing เป็นเทคนิคการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะทางไกล โดยการปลอมแปลงที่อยู่อินเทอร์เน็ต (Internet Address) ของเครื่องที่เข้าได้ง่ายหรือเครื่องที่เป็นมิตร เพื่อค้นหาจุดที่ใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยภายใน วิธีการคือ การได้มาถึงสถานภาพที่เป็นแก่นหรือราก (Root) ซึ่งเป็นการเข้าสู่ระบบขั้นสูงสำหรับผู้บริหารระบบ เมื่อได้รากแล้วจะสร้าง Sniffers หรือโปรแกรมอื่นที่เป็น Back Door ซึ่งเป็นทางกลับลับๆใส่ไว้ในเครื่อง
3. The Hole in the Web เป็นข้อบกพร่องใน World -Wide-Web ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติการของ Website จะมีหลุมหรือช่องว่างที่ผู้บุกรุกสามารถทำทุกอย่างที่เจ้าของ Site สามารถทำได้

-สิ่งที่ Hacker ทำ
                -ทำระบบ Network สร้างระบบปฏิบัติการ (OS) UNIX ซึ่งเป็น OS ที่นิยมใช้อยู่ขณะนี้
UNIX เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นระบบ Interactive time sharing ซึ่งเป็นระบบ OS ระบบแรกที่เขียนด้วยภาษา C ซึ่งเป็นภาษามาตรฐาน ทำให้ UNIX เป็นระบบที่เป็นมาตรฐาน เป็น OS ที่เกี่ยวข้องกับ Free ware product จำนวนมาก Hacker จะทำการขยายและใส่ Idea ใหม่ ๆเข้าไปในระบบทำให้ ระบบ UNIX มี Version ที่หลากหลาย ในแต่ละบริษัทที่ใช้ หรือในผู้ใช้แต่ละคน นอกจากนี้ Version ต่าง ๆของระบบนี้จะถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
                -ดำเนินการ USENET
โดย Hacker จะรวบรวมกลุ่มของข่าวสารซึ่งมีหลากหลายหัวข้อ และทำให้เป็น Newgroup ต่อมาจะทำ Newgroup ให้เป็น HOST อยู่บน Server ที่เชื่อมต่อกับระบบ Internet และ Web browser จะใช้ USENET ที่เขามีมาช่วยในการเข้าถึง Newgroup อื่น ๆที่ Enduser เป็นผู้เลือก
                -ทำให้ระบบ www มีประสิทธิภาพใช้งานได้จริง
                -เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์
       -มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบ Netware หรือโปรแกรมต่าง ๆ ตลอดจนพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
                -พัฒนา โปรแกรม application ต่าง ๆ

-Hacker Moral (คุณธรรมของแฮกเกอร์)
                -Share ข่าวสารกับ Hacker ด้วยกัน
                -แก้ปัญหาต่าง ๆเกี่ยวกับ ระบบคอมพิวเตอร์
                -บอกให้ Hacker รายอื่นทราบว่าปัญหาใดบ้างที่พัฒนาแก้ไขแล้ว เพื่อจะได้ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน
                -Hacker ไม่ควรทำงานซ้ำซ้อนกันเพราะว่าหากทำงานซ้ำซ้อนกันปัญหาใหม่ ๆ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขทำให้ ผู้ใช้ระบบเดือดร้อน
                -ไม่ควรเบื่อหน่ายในการทำงาน

-วัตถุประสงค์ของ Cracker
                -เพื่อต้องการจะรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของมัน
                -ต้องการสิทธิที่จะจัดการข้อมูลในระบบให้เป็นไปตามที่ต้องการ
                -ต้องการกำไร
                -ต้องการทำลายข้อมูล หรือแก้ไข ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายแก่เจ้าของไฟล์
                -ต้องการลองวิชาว่าสามารถทำได้จริงหรือเปล่า
                -ต้องการแอบดูข้อมูล

-ประเภทของ  Cracker
เริ่มแรกพวก cracker จะไปสุ่มหา Password เพื่อใช้ในการเข้าระบบก่อนแล้วจากนั้นจึงทำดังต่อไปนี้
                -เจาะระบบ เช่นการบุกรุกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อแก้เกรด เป็นต้น
                -ก่อกวนระบบ เช่น Robert Morris ผู้สร้างหนอน Internet เข้ามาทำลาย ระบบ ทำให้ระบบเกิดความเสียหาย
                -ขโมยข้อมูล Copy รูปภาพของคนอื่น ไปใส่ใน Web  ของตัวเอง
                -ใช้รูปภาพ หรือข้อมูลต่าง ๆจาก Web อื่น ๆ โดยการ Link หรือ Copy มาโดยไม่ได้รับ
     อนุญาต
                -เข้าไปทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

-วิธีการป้องกัน HACKER & CRACKER
                1. เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเจาะข้อมูล จึงได้มีการทำ ลิขสิทธิ์ (Copyright) เกิดขึ้น เพื่อช่วยป้องกันสูตรและความคิดต่าง ๆอันประกอบไปด้วย คำพูด ภาพ กราฟ งานทางด้านดนตรี การบันทึกเสียง การบันทึกภาพ และอื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่จะสามารถทำลิขสิทธิ์ ได้นี้จะต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น ข้อมูลต่าง ๆที่พบใน net จะมีการป้องกันไว้อย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลใน web page เอกสาร ASCII ข้อมูลใน e-mail ฯลฯ เมื่อเราใส่สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ลงไปใน web page ของเรา ข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกปกป้องภายใต้ลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย
                2. เมื่อเราพบว่างานของเราที่ได้สร้างขึ้นเองเป็นครั้งแรก เช่น สุภาษิต เพลง โคลงสั้น ๆ ฯลฯ มีผู้อื่นได้นำไปใช้ โดยอ้างว่าเขาเป็นผู้ทำ เป็นผู้แต่งขึ้นมาเอง เราต้องเข้าไปตรวจสอบรายละเอียด ข้อเสนอแนะต่าง ๆที่อยู่ใน site อย่างรีบด่วน เพื่อการวางแผนดำเนินการต่อไป
                3.ในการที่จะปกป้องสิทธิของเราให้ถูกกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ จะต้อง print ข้อมูลต่าง ๆในแต่ละ page ไว้ก่อนที่จะใส่ข้อมูลเข้าไปใน internet และเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ใน disk เพื่อเก็บไว้เป็นของตัวเอง ข้อมูลต่าง ๆ ที่ print ให้ส่งจดหมายไปที่ ไปรษณีย์ ของอเมริกา ( an official administration acknowledged world wide ) ซึ่งจะมีการพิสูจน์ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดของเราจริง ไม่ได้ไปลอกเลียนแบบใคร และข้อมูลของจะถูกรับรองโดยการปั๊มตรา ออกำมาเป็นสิทธิบัตร ซึ่งมีต้นทุนเพียง 1.52 เหรียญ และสามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้
                4.ใช้ FAQ ซึ่งบรรจุข้อมูลต่าง ๆเกี่ยวกับ Hacking Novell Netware เพื่อแสดงว่า มีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการ Hacking On Netware และมีวิธี hacking อย่างไร แสดงรายละเอียดว่ามีการบริหารระบบอย่างไรที่จะปรับปรุง แก้ไขความปลอดภัยให้ดีขึ้น และป้องกันการเจาะระบบ
                5. เวลาที่เราไปขอพื้นที่ในการสร้าง web ผู้ที่ให้พื้นที่และ password แก่ เราจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องเป็นความลับ
                6. อัพเดทระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ โดยเฉพาะโปรแกรม Antivirus ที่คุณใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ บางครั้งย่อมต้องมีบั๊ก มีช่องโหว่ที่อาจจะเอื้อให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้ 
            7.    ถึงจะมีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้ว แต่บางครั้งก็อาจจะมีบางตัวที่หลุดรอดเข้ามาได้ วิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรสแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหน่วยความจำหรือ Flash Drive ต่างๆ ก่อนนำมาใช้งาน
               8. ติดตั้ง Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และเป็นการป้องกันการรับ-ส่งข้อมูลที่คุณ ไม่ต้องการทั้งจากโปรแกรมสปายแวร์เอง หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจจะเป็นการเปิดช่องโหว่ในการโจมตีได้อีก
             9.   ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ถ้าเข้าไปอาจจะติดไวรัสหรือโดนแฮกโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
            10.   บล็อกการทำงานของสปายแวร์ โดยอาจจะใช้ Firewall อย่างที่ได้กล่าวไป หรือใช้โปรแกรม Anti-Spyware มากวาดล้างเลย อย่าปล่อยให้มีสายลับวายร้ายมาอาศัยในเครื่องคุณ
         11. ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ และจำให้ขึ้นใจว่าปลอดภัยไปไว้ก่อน การให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญบางอย่างผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ต้องทำอย่างระมัดระวัง มีอีกวิธีการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อย่างเช่น การเข้ารหัส ข้อมูลก่อนส่ง หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น เท่านั้น
               12. ติดตามข่าวสาร รูปแบบการโจมตีใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อที่จะได้ระมัดระวังและหาทางป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณตลอดเวลา

-บุคคลตัวอย่าง Cracker และ Hacker ที่โด่งดังของโลก
Cracker !
Johan Helsingius  
มีนามแฝงว่า Julf เขาเป็นผู้จัดการ anonymous remailer ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเรียกว่า penet.fi แต่ในที่สุดเขาก็ปิดกิจการลงใน กันยายน ปี 1996 เนื่องจากตำรวจอ้างว่า Church of Scientology ได้รับความเสิยหายอันเกิดจากผู้คนนำความลับของพวกเขาไปเผยแพร่โดยปปิดปังตัวเองด้วยบริการของ Helsingius รีเมลเลอร์ที่เขาทำ ดำเนินงานโดยคอมพิวเตอร์ 486 และ 200-megabyte harddrive เท่านั้น

John Draper (สุดยอด)
    มีนามแฝงว่า Cap'n Crunch เขาเป็นผู้ริเริ่มการใช้หลอดพลาสติกที่อยู่ในกล่องซีเรียลมาทำให้โทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อการแคร็กโทรศัพท์ หรือที่เรียกกกันว่า "phreaking" ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นเขาพยายามทำให้โทรศัพท์คืนเหรียญมาทุกครั้งที่หยอดลงไป เครื่องมือที่เขาชอบใช้คือ whistle (เครื่องเป่า) จากกล่อง Cap'n Crunch cereal whistle ดังกล่าวจะให้กำเนิดคลื่นเสียงขนาด 2600 hertz ซึ่งเพียงพอจะสามารถโทรศัพท์ได้ โดยจะต้องใช้ร่วมกับ bluebox (กล่องสีน้ำเงินจะช่วยให้สามารถโทรศัพท์ฟรีได้)

Kevin Mitnick
หรืออีกชื่อหนึ่ง "Condor" อาจเป็น cracker ที่รู้จักกันมากที่สุดในโลก mitnik เริ่มต้นด้วยการเป็น phone phreak ตั้งแต่ปีแรก ๆ mitnik สามารถ crack ไซต์   ทุกประเภท   ที่คุณสามารถนึกได้รวมถึงไซต์ทางทหาร บริษัททางการเงิน บริษัทซอฟแวร์ และ บริษัททางด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ (เมื่อเขาอายุ  10 ขวบ เขาสามารถ crack North American Aerospace Defense Command ) เขาถูกจับเพราะเขาดันเจาะ เข้าไปในคอมพิวเตอร์ของผู้เชียวชาญด้านรักษาความปลอกภัย ชาวญี่ปุ่นชื่อ Tsutomu Shimomura ทำให้เอฟบีไอตามล่าตัวเขา ปัจจุบันถูกสังห้ามใช้ หรือเข้าใกล้คอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ออกจากคุกแล้ว เขียนหนังสือความปลอดภัย ด้าน hacker อยู่

Vladimir Levin
จบการศึกษามาจาก St. Petersbrurg Tekhnologichesky University นักคณิตศาสตร์คนนี้มีประวัติไม่ค่อยดี จากการที่เข้าไปรวมกลุ่มกับแคร็กเกอร์ชาวรัสเซียเพื่อทำการปล้น Citibank's computers ได้เงินมา $10ล้าน ในที่สุดก็ถูกจับโดย Interpol ที่ Heathrow Airport ในปี 1995

Mark Abene
หรือที่รู้จักกันดีในนามของ Phiber Optik เขามีพรสวรรค์ในการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบโทรศัพท์ค่อนข้างมาก มากเสียจนต้องเข้าไปอยู่ในคุกถึง 1 ปี เนื่องจากพยายามจะส่งข้อความให้เพื่อนแคร็กเกอร์ด้วยกัน แต่ข้อความนั้นโดนจับได้เสียก่อน เด็กคนนี้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าวัยรุ่นมากเนื่อวจากฉลาดและบุคลิกดี นิตยสาร New York และแมนฮัตตันคลับถึงกับจัดเขาให้เป็น 1 ใน 100 ของบุคคลที่ฉลาดที่สุดในเมืองเขาเป็นคนที่ชอบรับประทานมันฝรั่งบด (mashed potatoes) จากร้านลุงเค็นเป็นที่สุด

Kevin Poulsen
มีความเป็นมาที่คล้ายกับ mitnik มาก Poulsen ถูกรู้จักกันดีในฐานะที่เขามีความ อันลึกลับที่สามารถควบคุมระบบโทรศัพท์ของ Pacific Bell ได้ ( ครั้งหนึ่งเขาใช้ความสามารถพิเศษ นี้ชนะการแข่งขันทางวิทยุซึ่งมีรางวัลเป็นรถเปอร์เช่ เขาสามารถควบคุมสายโทรศัพท์ได้ ดังนั้นเขาจึง ชนะการแข่งขันครั้งนั้นได้ เขาได้บุกรุกเข้าสู่ไซต์แทบทุกประเภท แต่เขามีความสนใจในข้อมูลที่มีการป้อง กันเป็นพิเศษ ต่อมาเขาถูกกักขังเป็นระยะเวลา 5 ปี Poulsen ถูกปล่อยในปี 1996 และกลับตัวอย่างเห็นได้ ชัด

Robert T.Morris
มีชื่อแฝงว่า  rtm เขาเป็นลูกชายของหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ใน  National Computer Security Center ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ National Security Agency (NSA) เขาจบการศึกษาจาก Cornell University และโด่งดังมาจากที่หนอนอินเตอร์เน็ทแพร่ระบาดในปี 1998 ทำให้คอมพิวเตอร์นับพันต้องติดเชื้อและทำงานล้มเหลวเครื่องมือที่เขาใช้ตอนยังเป็นวัยรุ่น คือ แอคเคาท์ซูเปอร์ยูเซอร์ของเบลล์แลป


Hacker !!
Dennis Ritchie, Ken Thompson,and Brian Kernighan
Ritchie,Thompson และ Kernighan เป็นโปรแกรมประจำอยู่ที่ Bell Labs ทั้งสามช่วยกันพัฒนาระบบปฏิบัติการยูนิกซ์และภาษาซีพวกเขามีบทบาทสำคัญมาก ในการช่วยพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ท หลายคนยอมรับตรงกันว่า หากไม่มีสามคนนี้  พวกเราอาจไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตใช้กันอย่างทุก วันนี้  หรือถ้าจะมีก็คงมีคุณสมบัติด้อยกว่านี้เยอะ

Richard Stallman
Stallman เข้ามาทำงานที่ Artificial Intelligence Laboratory ของ MIT เมื่อปี 1971 เขาได้รับรางวัล 250K McArthur Genius จากผลงานทางด้านพัฒนาซอฟแวร์เขาเป็นผู้จัดตั้งสมาคม Free Software Foundation และสร้างสรรค์โปรแกรมใช้งานหลายร้อยชนิด    บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์   เขา เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ฉลาดมากมาก

Eugene Spafford
Spafford เป็นศาสตราจารย์ในแขนงวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัย Purdue เขาเป็นผู้สร้าง Computer Oracle Password และ Security System (COPS) ซึ่งเป็นระบบ semi-auto-mated ของระบบรักษาความปลอดภัยบนเน็ตเวิร์ค ที่คุณใช้กันอยู่นั่นเอง

Dan Farmer
Farmer ทำงานกับ Spafford ในเรื่องของ COPS (ออกมาในปี 1991) ในตอนนั้นเขาออยู่ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon กับ Computer Emergency Response Team หรือ CERT เขาคนนี้เองที่เป็นผู้สร้าง System Administrator Tool for Analyzing Networks (SATAN) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ วิเคราะห์หาจุดบกพร่องทางด้านระบบรักษาความปลอดภัย ของเน็ตเวิร์ค

Wietse Venema
Venema มาจาก Eindhoven University Of Technology ในเนเธอแลนด์ เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีพรสวรรค์สูงมาก เขาเป็นผู้ช่วย Farmer เขียน SATAN และเป็นผู้เขียน TCP Wrapper ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ที่ใช้กันค่อนข้างมาก โดยโปรแกรมนี้จะเป็นตัวควบคุม และตรวจสอบแพ็คเกจของข้อมูลที่เข้ามา

Linus Torvalds (Linux คือเขา)
หาก จะเรียกเขาให้ถูกต้อง คงหนีไม่พ้นคำว่า"อัจฉริยะ" นับจากเมื่อเขาได้ศึกษา UNIX และภาษา C ในปี 1990 เพียงแค่หนึ่งปีให้หลังเขาก็เริ่มเขียนระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะการคล้ายู นิกส์ขึ้นมาแล้วก็ปล่อยออกสู่ระบบอินเตอร์เน็ตภายในช่วงปีเดียวกัน ทำให้มีผู้รู้จักปฏิบัติการตัวจิ๋วภายใต้ชื่อ  Linux  นับจากวันนั้นจนวันนี้ ลีนุกส์ก็กลายมาเป็นระบบที่ได้รับความนิยม จากทั่วโลก มีการแจกจ่ายลีนุกส์เพื่อใช้งานกันอย่างกว้างขวางเนื่องจาก Torvalds ไม่จำกัดลิขสิทธิ์ และปล่อยให้ ลีนุกส์เป็นของฟรี

Bill Gates and Paul Allen
สมัยเด็กๆทั้ง Gates และ Allen ตอนที่อยู่วอชิงตันด้วยกันพวกเขาชอบ hack ซอฟแวร์บ่อยๆ และความรู้ที่ได้จากการ hack ซอฟต์แวร์นั้นเองทำให้ปัจจุบันเขาสามารถนำมันมาพัฒนาโปรแกรมอย่าง MS-DOS , Microsoft Windows ,Windows 98 , WindowsNT และตระกูล Windows ตระกูล Microsoft ต่างๆ นับแต่ปี 1980 ปัจจุบัน Hacker ทั้งสองคนนี้เป็นผู้ผลิตซอฟแวร์รายใหญ่ที่สุด และประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Microsoft

-จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า
                ในปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์ เข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย ข้อมูลต่าง ๆ จึงอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมดและประกอบกับระบบคอมพิวเตอร์ยังมีการควบคุม ที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ก่อกวนระบบ สามารถเข้าไป ก่อกวนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ระบบคอมพิวเตอร์ จึงควรมีการควบคุมที่ดี
                จากการศึกษา ขึ้นต้น พบว่า Hacker คือผู้ที่สร้างระบบ Net work และระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ส่วนบุคคลที่เข้าไปก่อกวนระบบจริง ๆ คือ Cracker ในที่นี้จึงจะกล่าวถึง เฉพาะ Cracker ซึ่งการกระทำของ Cracker นี้ ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ระบบ Net work อาจโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้เกิดการ Cracking คือผู้ใช้ทั่วไปมักจะไว้ใจในระบบจนมากเกินไปจึงจัดเก็บข้อมูลส่วนใหญ่ไว้ในระบบ Network เป็นแรงจูงใจทำให้คนกลุ่มหนึ่งต้องการจะเจาะระบบเพื่อเข้าไปดูหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลนอกจากนี้วิธีการเจาะระบบที่ค่อนข้องซับซ้อนก็เป็นสิ่งท้าทายสำหรับคนที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ในระดับกลาง ไปจนกระทั่งสูง มีความต้องการจะลองเข้าไป Cracking ดู ยิ่งกว่านั้นรายได้จากการนำข้อมูลไปขาย มีมูลค่ามากจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องการเป็น Cracker และในปัจจุบันยังไม่มีใครหาหลักฐานตามร่องรอยของคนที่เป็น Cracker ได้
                วิธีการที่จะเข้าไป Cracking มีหลายวิธี เช่น การเจาะระบบโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง นอกจากการเจาะระบบแล้ว Cracker ยังเข้าไปก่อกวน ค้นหาข้อมูล แก้ไข และทำลายข้อมูลในระบบได้ ซึ่งรวมถึง ผู้ที่เข้าไปดูรูปภาพหรือข้อมูลอื่น ๆ แล้วทำการ coppy มา โดยไม่ได้มีเจตนา ก็ถือว่าเป็น Cracker คนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า เป็น Cracker โดยไม่ตั้งใจ
                ผลเสียต่าง ๆ ที่เกิดจาก Cracker มีมากมายซึ่งก่อให้เกิดความไม่ไว้ใจในตัวระบบ และทำให้คนไม่อยากสร้างแนวคิดใหม่ ๆ ขึ้นมา เพราะเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็จะถูกคนอื่นขโมยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
                การป้องกันและการแก้ไขในปัจจุบัน ยังไม่เป็นทางการเท่าที่ควร และยังไม่มีการแก้ไข อย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดการ Cracking ขึ้น แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในความคิดของดิฉัน เห็นว่า ควรมีการออกกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ อย่างจริงจัง และเมื่อมีผู้กระทำผิดก็ควรมีบทลงโทษที่รุนแรง พอที่จะทำให้ Cracker ต่าง ๆ ไม่กล้าที่จะเข้ามาก่อกวน ทางบริษัทคอม ควรผลิต Soft ware ป้องกัน Cracker ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
                ในขั้นพื้นฐาน เมื่อมีการสอนคอมพิวเตอร์ก็ควรจะสอดแทรกจริยธรรม เข้าไปในบทเรียนด้วย เพื่อสอนให้คนมีจริยธรรมมากขึ้น ดังนั้น เมื่อคนที่เรียนคอมพิวเตอร์มีความสามารถมากจนกระทั่งสามารถที่จะเข้าไปก่อกวนข้อมูลได้ แต่ในที่สุดเขาก็จะไม่ทำ เนื่องจากจริยธรรมที่ได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่ต้น